บทนิยาม
ความเป็นมา
คำว่า นิราศ
ซึ่งเป็นคำประพันธ์ประเภทหนึ่งที่ใช้กลอนแปดเป็นฉันทลักษณ์ในการเขียน
แล้วพร่ำพรรณนาถึงคนรักที่จากมา เปรียบเทียบกับสิ่งที่ได้พบเห็นในการเดินทาง
หรืออาจเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า นิราศ
คือ
การบันทึกการเดินทางในรูปแบบของคำประพันธ์ประเภทร้อยกรองซึ่งนิยมเขียนเป็นกลอนแปดหรือโคลงสี่สุภาพ
ในวรรณคดีไทยที่พบและใช้เป็นตำราให้อ่านให้ศึกษากันอยู่ตราบจนปัจจุบัน
ที่เด่น ๆ ก็เป็นนิราศที่เขียนโดย สุนทรภู่ หรือพระสุนทรโวหาร กวีสี่แผ่นดิน
สมัยรัชกาลที่ ๑ ๔
แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาเมื่อ พ.ศ.
๒๕๒๙ องค์การวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมสหประชาชาติ ได้
ยกย่องให้ท่าน สุนทรภู่
เป็นกวีเอกของโลก นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยสืบจนปัจจุบัน นิราศทั้ง ๙
เรื่องที่ท่านสุนทรภู่เขียนไว้ตามประวัติมี นิราศเมืองแกลง เรื่องหนึ่ง
เป็นนิราศเล่มแรก ที่ท่านเขียนเพื่อบันทึกการเดินทางไปพบบิดา
ซึ่งบวชเป็นพระอยู่ที่วัดป่ากร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เมื่อ พ.ศ.
๒๓๔๙ และได้บันทึกเป็นนิราศเมืองแกลงไว้ในปี พ.ศ.
๒๓๕๐ เรื่องราวในนิราศเมืองแกลง
ประหนึ่งการบันทึกประวัติศาสตร์ของสังคมวัฒนธรรมของชุมชนชนบทในขณะนั้น
มีเรื่องราวอันเป็นวัฒนธรรมมากมายที่เป็นภาพสะท้อนให้ผู้อ่านนิราศเมืองแกลง
น่าจะพินิจพิจารณา ศึกษาความเป็นมาของจังหวัดระยอง
ที่นับเป็นประวัติศาสตร์ที่สามารถอ้างอิงได้
นับแต่ปี พ.ศ.
๒๓๕๐ จนถึงปัจจุบัน นิราศเมืองแกลง
ที่สุนทรภู่ได้แต่งไว้ เป็นเวลานานถึง ๑๙๙ ปี สถานที่ต่าง ๆ
ที่ท่านบันทึกไว้ในนิราศเมืองแกลงได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมตามกาลเวลาจนไร้ร่องรอย
โดยพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
จังหวัดระยองโดยศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดระยอง และคณะทำงานของจังหวัดระยอง
คือกวีจังหวัดระยอง ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดระยอง โดยอาจารย์อรพินท์ สว่างแจ้ง
เลขานุการศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดระยอง กวีจังหวัดระยอง ๓ ท่าน ประกอบด้วย
อาจารย์อำนาจ มณีแสง อาจารย์อุดม นัทธีประทุม
และอาจารย์ฐปกรณ์
โสธนะได้ออกสำรวจเส้นทางที่สุนทรภู่เคยเดินผ่าน เขียนไว้ในนิราศเมืองแกลง
ร่วมกันบันทึกข้อมูลโดยเขียนเป็นนิราศชื่อว่า ตามรอยสุนทรภู่สู่ระยอง
มีความยาวทั้งสิ้น ๒๙๘
บทและได้พิมพ์ออกเผยแพร่
พร้อมได้จัดทำฉบับพิเศษทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีไปก่อนหน้านี้ด้วยแล้ว
ไปที่หน้า ๑
๒ ๓
๔ ๕
๖ ๗
๘ ๙
๑๐ ๑๑
๑๒ ๑๓
๑๔ ๑๕
๑๖ ๑๗
๑๘ ๑๙
๒๐