การแห่นางแมว เป็นพิธีขอฝนของชาวบ้าน
เมื่อเห็นว่าฝนไม่ตกต้องตามฤดูฝนซึ่งฝนควรจะตกเมื่อฝนแล้งชาวนาชาวสวนลำบาก
เพราะขาดน้ำนอกจากจะมีพิธีทำบุญกลางทุ่งเพื่อขอฝนแล้วยังมีประเพณีแห่นางแมวกันอีกอย่างหนึ่ง
ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถจะทำให้ฝนตก
ชาวเกษตรจะได้เป็นสุขขึ้นประเพณีแห่นางแมวนี้ในจังหวัดระยองนี้มีทำกันทั่วๆไป
ที่พบเห็นในปัจจุบันในตำบลตาขัน อำเภอบ้านค่าย ตำบลเชิงเนิน ตำบลตะพง
อำเภอเมืองระยอง อำเภอแกลง
อุปกรณ์การเล่น
1. นางแมว 1 ตัว
2. กรง กระชัง ชะลอม ข้องใส่ปลา
อย่างใดอย่างหนึ่งสำหรับใส่นางแมว
3. ไม่สอดหามนางแมว
4. เครื่องทำจังหวะสำหรับคณะแห่นางแมว มีฉิ่งกรับฆ้องโหม่ง
ผู้เล่น ชาวบ้านทั้งหญิง ชาย ไม่เลือกวัย
พิธีแห่นางแมว
เมื่อชาวบ้านปรึกษาหารือกันตกลงว่าจะจัดแห่นางแมวเพื่อขอฝน
ก็จะหาแมวตัวเมีย ตัวหนึ่งใส่กรง หรือใส่กระชังสำหรับขังปลา
หรือภาชนะอื่น ๆ ที่เห็นว่าเหมาะสมปิดฝาให้แน่น ไม่ให้นางแมวกระโดด
หรือวิ่งออกไปได้ การแห่นิยมในตอนค่ำ หรือไม่ก็ตอนเช้า
ใช้ไม้คานหามนางแมวนั้น คณะที่ไปร่วมขบวนแห่ก็แวดล้อมนางแมว
มีคนหนึ่งถือพานเครื่องไหว้เครื่องบูชา
และเป็นที่ใส่ปัจจัยที่ชาวบ้านมอบให้ด้วยก็ได้เป็นผู้นำร้องเชิญคำขอฝน
คณะที่ร่วมขบวนแห่ก็มีเครื่องทำจังหวะต่าง ๆ ติดไปด้วย เช่น ฉิ่ง
ฉาบกรับโหม่ง
คณะพร้อมแล้ว ขบวนแห่ก็เริ่มออกเดิน และร้องบทแห่นางแมว
และให้จังหวะดูเป็นการสนุกสนานไปด้วยเรื่องของคำร้องนี้แต่ละตำบลแต่ละตำบลแต่ละท้องถิ่นดูจะผิดเพี้ยนกันไปบ้าง
แต่ก็มีความหมายทำนองเดียวกัน และบางทีก็ร้องดันไปตามถนัด
ผู้ติดตามก็ร้องรับ หรือร้องคล้อยตามกันไปเป็นที่สนุกสนาน
วิธีแห่ก็แห่กันไปทุกๆบ้านตามหมู่บ้านของตน
หรือหมู่บ้านใกล้เคียง ตั้งแต่หัวบ้านจดท้ายบ้าน
เมื่อขบวนแห่ไปถึงบ้านใคร เจ้าของบ้านหรือลูกหลานจะออกมาต้อนรับ
เอาน้ำสาดตัวนางแมวและมีของรางวัลมามอบให้คณะแห่นางแมวด้วย เช่น
เหล้า ข้าวสาร มะพร้าว
หรือปัจจัยแล้วแต่เจ้าของบ้านจะจัดให้ไม่บังคับ
เมื่อแห่ไปครบบ้านในละแวกนั้นแล้ว คณะมักจะจัดทำข้าวต้ม
ข้าวมันรับประทานกัน และจำรวบรวมปัจจัยและสิ่งของที่ชาวบ้านให้
จัดเป็นผ้าป่าไปทอดที่วัด หรือไม่ก็นำถวายวัด ถวายพระ
เพื่อเป็นการกุศลอีกทอดหนึ่ง
เนื้อร้องแห่นางแมว
ที่นำมาลงพิมพ์นี้เป็นบทร้องที่ได้จาก
นายเฉลิม มณีแสง อยู่บ้านดอน ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมืองระยอง
จะพลูโตมหาเถโร
ท่านใช้ให้ข้า
แล้งเลานักหนา
ทำนาบนบก
ทำนาไม่ได้
บ้านโน้นก็บ่น
ว่าฝนไม่ตก
ฝนเคยตกทุกปี
พ่อตาลูกเขย
พ่อม่ายลูกมาก
เดือนแปดเดือนเก้า
ผ้าผ่อนล่อนกัน |
|
พระเถรภูยงค์
หามนางแมวมา
ทำนาไม่ได้
เจ็บอกเจ็บใจ
ให้ลำบากเหลือทน
บ้านนี้ก็บ่น
ฤดูเดือนหก
เดือนหกนี้ไม่มีฝนเลย
นอนเกยหน้าผาก
เห็นจะยากเสียเพราะข้าว
ไม่มีข้าวสักต้น
ฝนเทลงมา ฝนเทลงมา |
........................................................
แมวเหมียวเอย
ไอ้ตัวหนึ่งเล่า
แล้งเลาหนักหนา
ถึงฤดูเดือนหก
เดือนหกปีนี้
พ่อตาลูกเขย
พ่อม่ายลูกมาก
เดือนแปดเดือนเก้า
ผ้าผ่อนล่อนกัน |
|
นางแมวก็จะหนาว
เขาว่าลูกคน
ฝนฟ้าไม่ตก
ฝนเคยตกทุกปี
ไม่มีฝนเลย
นอนเกยหน้าผาก
เห็นจะยากเสียเพราะข้าว
ไม่มีข้าวสักต้น
ฝนเทลงมา ฝนเทลงมา
|
.............................................................
นางแมวเอย
ขอน้ำมนต์
ขอเบี้ยขอข้าว
ฝนตกเจ็บห่า
เทวดาเมืองบน
ฤดูเดือนหก
เดือนหกปีนี้
แม่ม่ายลูกมาก
เดือนแปดเดือนเก้า
ผ้าผ่อนล่อนกัน |
|
ขอฟ้าขอฝน
รดหัวนางแมว
ขอค่าเหล้าหามนางแมวมา
ฟ้าผ่าเจ็ดหน
เร่งให้ฝนตก
ฝนตกทุกปี
ไม่มีฝนเลย
เห็นจะยากเพราะข้าว
ไม่มีข้าวสักต้น
ฝนเทลงมา ฝนเทลงมา |
............................................................
นางแมวเอย
ขอน้ำมนต์
ขอเบี้ยขอข้าว
ฝนตกเจ็ดห่า
เทวดาเมืองบน
ฤดูเดือนหก
เดือนหกปีนี้
แม่มายลูกมาก
เดือนแปดเดือนเก้า
ผ้าผ่อนล่อนกัน |
|
ขอฟ้าขอฝน
รดหัวนางแมว
ขอค่าเหล้าหามนางแมว
ฟ้าผ่าเจ็ดหน
เร่งให้ฝนตก
ฝนตกทุกปี
ไม่มีฝนเลย
เห็นจะยากเพราะข้าว
ไม่มีข้าวสักต้น
ฝนเทลงมา ฝนเทลงมา |
เพลงแห่นางแมวบ้านทุ่งควายกิน อำเภอแกลง
คุณพ่อเจ้าขา คุณแม่เจ้าขาฉันจะพรรณนา ถึงเรื่องหามแมว
ฉันหามมาแล้ว นางแมวก็ร้องชาวบ้านชาวช่อง ตกใจหนักหนา
อุ้มลูกออกมาที่หน้าบันได ตักนี้นำมาไว้ รดให้นางแมว
รดลงมาแล้วนางแมวก็หนาว
ฉันขอ ทานเหล้า ขอทานข้าวสาร มาเลี้ยงชีวิต
อย่าคิดหน่ายแหนง ฝนฟ้าก็แล้ง ไปทั่วสากลเดือนแปดเดือนเก้า
ไม่มีข้าวสักต้น ผู้คนสับสน เกลื่อนกล่นไปมา
เข้ารกเข้าป่าหาที่ทำกินน้ำตาไหลรินนั่งกอดหัวเข่า
เข้าป่าเรไร จะไปเดินบาตร บ้านโน้นก็ขาด บ้านนี้ก็ขาด
เดินบาตรกลับมา จึงนั่งปรึกษา ชวนกันหามแมว ฉันหามมาแล้ว
นางแมวก็บ่นถึงฝนไม่ตก
หนาวเอ๋ย งก งก ฝนเทลงมา (ซ้ำ)
พระอินทร์ถือขันพระจันทร์ถือครุเทวดาถือขันบุ ตักน้ำรดแมวรดลงมาแล้ว
นางแมวก็บ่น ถึงฝนไม่ตก
หนาวเอ๋ย งก งก ฝนเทลงมา (ซ้ำ)
ปรานีซิจ๊ะ ปรานีซิจ๋า ถึงปลาตกคลั่ก
กระดืบกระดักในปลักกลางหนอง ไอ้โอ้งโอ่งเอ๋ย จับได้ใส่อ่าง
ได้อ้างอ่างเอ๋ย จับได้ใส่กระถาง ปลาซิวปลาซ่า น้ำตาเซาะเซาะ
น้ำแห้งแซะแบะไปไหนไม่ได้ ปลาช่อนเสียใจ จะตายเสียแม่คุณ
ให้ปล่อยเอาบุญ แม่คุณหนาจับปลา กะโห้โลมาพ่นน้ำเป็นฟอง
ปลาเงินปลาทอง ลอยล่องในกระถาง ปลากะดี่เนื้อสุก ปรับทุกข์ให้ฟัง
น้ำมากถึงไหน ก็ไปถึงนั้น น้ำแห้งเหือดหาย ก็ว่ายไม่ทัน
ตกคลั่กกลางหนอง มาร้องเอากับฉัน ดูเถิดดวงจันทร์ ขบขันหนักหนา
กลัวเหยี่ยวกลัวกา จะลากไปกิน ฝนแล้งแห้งสิ้น ทำกินไม่ได้
พอเริ่มหามปลา ฝนตกมาพอแรง แม่ทองคล่องแคล่ง
อย่ารดน้ำรดน้ำนักเลย หนาวนักละเหวยหนาวนักละวา ปากคอห่อเหี่ยว
นุ่งผ้าผืนเดียว แม่ทองตาดำขอหมากซักคำ
แม่ทองลำดวนขอยาสักมวนแม่ฉวนยาฉุน ถ้าแม้นไม่ให้ ขอไฟสักดุ้น
ให้อุ่นหัวอก
หนาวเอ๋ย งก งก ฝนเทลงมา (ซ้ำ)
จะไหว้หม่อมแม่ ที่ห่มแพรแดงฉันขอข้าวแข็งฉันขอข้าวแข็ง ไปหุงข้าวมัน
ไม่ทำอย่างนั้น ฝนก็ไม่ตก
หนาวเอ๋ย งก งก ฝนเทลงมา (ซ้ำ)
จะไหว้หม่อมแม่ ที่ห่มแพรเขียวฉันขอข้าวเหนียวฉันขอข้าวเหนียว
ไปหุงข้าวมันไม่ทำ อย่างนั้น ฝนก็ไม่ตก
หนาวเอ๋ย งก งก ฝนเทลงมา (ซ้ำ)
จะไหว้หม่อมแม่ ที่ห่มแพรขาวฉันขอมะพร้าว ไปหุงข้าวมัน
ไม่ทำอย่างนั้น ฝนก็ไม่ตก
หนาวเอ๋ย งก งก ฝนเทลงมา (ซ้ำ)
(ถ้าไม่มีผู้ใดให้สิ่งของ ร้องซ้ำตั้งแต่ พระอินทร์ถือขัน
.)
ฮะเอยฮะเอ๋ย หม้อข้าวเล่นเกย ทัพพีเล่นกล จวักสวดมนต์
สากกระเบือรับศีล ท่านว่าอย่างไรลูกไซร้ไม่ได้ยิน
(ร้องท่อนนี้ทำเสียงอ่อน ๆ ลาก ๆ )
มะพร้าวนมมือ มะเขือนมยานฉันขอทานเหล้าขอทานสุราบุหรี่ยาฉุน
แม้นจะทำบุญ เป็นสตางค์ก็เอา ถ้าไม่ได้สองไพฉันไม่ไปจากนี่
ถ้าได้สองไพฉันจะไปทันที
(ร้องซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่มะพร้าวนมเนือ
)
ให้ทานแมวแล้ว แมวแก้วจะขอลา อยู่ดีกินดี แม่ศรีจำปา แมวแก้วขอลา
ไปก่อนเอย.
เพลงแห่นางแมวบ้านสามแยกประแสร์ อำเภอแกลง
สุภูโต จะ มหาเถโร พระผู้ใหญ่ มีโองการตรัสไว้
ให้หามแมวมา ฝนแล้งหนักหนา ทำนาไม่ได้ พระสุภูติเจ้าเอ๋ย
ไม่ห้ามพระพายฝนตกไม่ได้ พระพายพัดกล้า แม่แมวเอ๋ย
มีแก้วในตาฝนตกเจ็ดห่า ฟ้าผ่าเจ็ดหน เทวดาเบื้องบน ทำน้ำมนต์รดแมว
รดลงมาแล้ว นางแมวก็ร้องชาวบ้านชาวช่อง ตกใจหนักหนา
อุ้มลูกออกมาที่หน้าบันได ตักน้ำมาไว้รดให้นางแมว
รดลงมาแล้วนางแมวก็บ่นถึงฝน ไม่ตก
หนาวเอ๋ย งก งก ฝนเทลงมา (ซ้ำ)
ฝนจะตกแล้วซิจ๊ะ ฝนจะตกแล้วซิจ๋า ร้อนถึงเทวดา
ผู้เป็นประธานพระอินทร์บันดาลไปถึงชั้นพรหม สมณโคดม ท่านเข้านิพพาน
เหลือแต่สาวกมาตกกันดาร ข้าวปลาไม่ได้ฉันสงสารชาวนา ฝนฟ้าก็แล้ง
แผ่นดินแตกระแหงไปทั้งโลกา จะให้ฝนตก มันต้องหามแมว ฉันหามมาแล้ว
นางแมวก็ป่น ถึงฝนไม่ตก
หนาวเอ๋ย งก งก ฝนเทลงมา (ซ้ำ)
คุณพ่อเจ้าขา คุณแม่เจ้าขา ฉันหามแมวมา ทรกรรมเหลือใจ
จะให้ฝนตก ฝนก็ไม่ตกถึงฤดูเดือนหก ฝนก็ไม่ตก ถึงฤดูเดือนหก ฝนทุกที
รุ่งขึ้นปีนี้ ไม่มีฝนเลย พ่อตาลูกเขย นอนเกยหน้าผาก แม่มายลูกมาก
เห็นจะยากถึงหม้อข้าว ใครมีปัญญา ขุดหัวมันหัวกลอย เลี้ยงลูกน้อยน้อย
แสนเวทนา อีกข้อหนึ่งหนาจะว่าให้เข้าใจ ดินแห้งเป็นผง ตัดไม้ตรง
มาเสี้ยมให้แหลม เที่ยวทิ่มเที่ยวแทง เที่ยวฉุนเที่ยวหว่าน
รำคาญหนักหนา หัวไร่ปลายนา นิมนต์หลวงตา สวดคาถาปลาช่อน
ทำบุญเสียก่อน เล่นละครสามวัน หัวล้านชนกัน ครึ่บน่า
ครึ่บน่าไม่ทำอย่างนั้น ฝนท่านไม่ตก
หนาวเอ๋ย งก งก ฝนเทลงมา (ซ้ำ)
ปลาซิวปลาสร้อย ฉันขอน้ำอ้อย ที่ยังอยู่ชม ขอน้ำในตุ่ม
ที่ยังอยู่มากฉันขอทานหมากนะแม่ทองหน้านวล ขอยาสักมวน แม่ทองคิ้ว
ฉันไม่ เปรี้ยวปาก ฉันไม่อยากจะขอ มานั่งจอนจ๋อกอดคอกันเหลือ
ขอข้าวขอเกลือ ขอมะเขือนมยาน ขอข้าวสุกข้าวสาร ตามแต่จะให้
คนละเฟื้องคนละไพ คนละเฟื้องสองไพ ตามแต่จะให้ทาน
ชะเอ่อชะเอ๋ย ไปซื้อหมากดิบ มาจากเมืองไชโย ลูกสาวใครโต
เร่งให้มีผัว แม่ม่ายเอ๋ยอย่าเพิ่งขายลูก ข้าวจะถูก ลูกไม้จะแพง
ฝนตกตาดำ ฝนตกตาแดง ด้วยแรงน้ำข้าว ฉัน ขอทานเหล้า ขอทานข้าวสาร
ไปเลี้ยงชีวิต อย่าคิดหน่ายแหนง ฝนฟ้าก็แล้ง ไปทั่วสากล
เดือนแปดเดือนเก้า ไม่มีข้าวสักต้น ผู้คนสับสน เกลื่อนกล่นไปมา
เข้ารกเข้าป่า หาที่ทำกิน น้ำตาไหลริน นั่งกอดหัวเข่า เข้าป่าเรไร
จะไปเดินบาตร บ้านโน้นก็ขาด บ้านนี้ก็ขาดเดินบาตรกลับมา
จึงนั่งปรึกษาชวนกันหามแมวฉันหามมาแล้วนางแมวก็บ่น ถึงฝนไม่ตก
หนาวเอ๋ย งก งก ฝนเทลงมา (ซ้ำ)
ปลาซิวปลาซ่า น้ำตาเซาะแซะ น้ำแห้งแซะแบะ ไปไหนไม่ได้
ปลาช่อนเสียใจ จะตายเสียแม่คุณ ให้ปล่อยเอาบุญ แม่คุณหนาจ๋า
ปลาโห้โลมา พ่นน้ำเป็นฟอง ปลาเงินปลาทองลอยล่องในกระถาง
ปลาดี่เนื้อสุก ปรับทุกข์ให้ฟัง น้ำมากถึงไหน ก็ว่ายถึงนั่น
น้ำแห้งเหือดหายก็ว่ายไม่ทันตกคลักกลางหนอง มาร้องเอากับฉัน
ดูเถิดแม่ดวงจันทร์ ขบขันหนักหนากลัวเหยี่ยวกลัวกา จะลากไปกิน
ฝนแล้งแห้งสิ้น ทำกินไม่ได้
พอเริ่มหามปลา ฝนตกมาพอแรง แม่ทองคล่องแคล่ง
อย่ารดน้ำนักเลยหนาวนักละเหวยหนาวนักละวา ปากคอห่อเหี่ยว
นุ่งผ้าผืนเดียว แม่ลำดวน ขอยาสักมวน แม่ฉวนยาฉุน ถ้าแม้นไม่ให้
ขอไฟสักดุ้นให้อุ่นหัวอก
หนาว เอ๋ย งก งก ฝนเทลงมา (ซ้ำ)
(ถ้าไม่มีผู้ใดให้สิ่งของ ร้อนซ้ำตั้งแต่ คุณพ่อเจ้าขา
คุณแม่เจ้าขา)
อีงอนเขาเกลี้ยง เลี้ยงไว้พาดแอก อีงอนเขาแฉก
ไข้น้ำเข้านา ชะเอ้อชะเอ๋ย หม้อข้าวเล่นเกย ทัพพีเล่นกล จวักสวดมนต์
สากกระเบือรับศีล ท่านว่าอย่างไร ลูกไซร้ไม่ได้ยิน มะพร้าวนมเนือ
มะเขือนมยาน ให้ทานแมวแล้ว แมวแก้วจะขอลา อยู่ดีกินดี แม่ศรีจำปา
แมวแก้วขอลาไปก่อนเอย.
เพลงแห่นางแมวพื้นบ้านกระแสบน
(1) สุโภโตจะมะหาเถโร พระผู้เป็นใหญ่ พระองค์ทรงตรัสใช้
ให้ฉันหาบแมวมา ปรารถนาอยากให้ฝนตก เมื่อก่อนเดือนหก ฝนตกทุกที
ทำนาปีนี้ฝนไม่มีเลยหนา พ่อตาลูกเขยนอนเกยหน้าผาก
แม่ม่ายลูกมากลำบากเพราะข้าวเดือนแปดเดือนเก้า ไม่มีข้าวเลยสักต้น
ผ้าผ่อนหล่อนดันฝนเขาเทลงมา ฝนเทลงมา
(2) ข้อหนึ่งนั้นหนา จะว่าให้เข้าใจทำนาไม่ได้
ฝนแล้งแห้งสิ้นทำกินไม่ลง ตัดไม้ตรงๆ เที่ยวละทีม เที่ยวละแทง
เที่ยวละฉุย เที่ยวละหว่าน รำคาญแท้ๆ บ้านโน้นเขาก็บ่น
บ้านนี้เขาก็บ่น ทำไมถึงฝนไม่ตกหนาวเอ่ย งกงก ฝนเทลงมา ฝนเทลงมา
(3) น้ำท่วมหัวคันนา ปลาสลิดลอยหนวด ตะกวดลากหาง
นกยางลอยแพ กระทิงวิ่งแร่หัวไร่ท้ายนา นิมนต์หลวงตามาสวดคาถาปลาช่อน
เล่นละครสามวัน หัวล้านชนกันฝนเทลงมา ฝนเทลงมา
(4) พระอินทร์ถือขัน พระจันทร์ถือครุ เทวดาถือขันบุ
ตักเทลงมา ตักเทลงมา
(5) หะเอ่อฮะเอ่ยหม้อข้าวเล่นเกย ฝาระมีเล่นกล
กะวักสวดมนต์ สากกระเบือรับศีล พ่อแม่ว่าไง ลูกไซร้ไม่ได้ยิน
ขอน้ำแม่สิน ขอน้ำแม่สวย ขอน้ำอ้อยที่เขามีอยู่ชุม
ขอน้ำในตุ่มที่เขามีอยู่มาก ฉันขอทานหมาก ขอทานมะพร้าว ฉันขอทานเหล้า
แม่ทองหน้านวล ขอยาสักมวน แม่ทองตาต่ำ ขอหมากสักคำแม่ทองคิวต่อ
ถ้าไม่เปรี้ยวปาก ฉันไม่อยากจะขอ มานั่งงอนง้อ กอดคอนมเนื้อ ขอข้าว
ขอเกลือ ขอมะเขือนมยาน ข้าวสุกข้าวสาร ตามแต่จะให้ทาน คุณพ่อเจ้า
คุณแม่เจ้าขา อย่าว่าฉันมา ฉันหาบแมวมาทรกรรมเหลือใจ
อยากให้ฝนตกหนาวเอ่ย งกงก ฝนเทลงมา ฝนเทลงมา
(6) พระอินทร์ถือขัน พระจันทร์ถือครุ เทวดาถือขันบุ
ตักเทลงมา ตักเทลงมา
(7) น้ำท่วมหัวคันนา ปลาสลิดลอยหนวด ตะกวดลากหาง
นกยางลอยแพ สาวแก่แม่ม่ายร้องไห้ตามกัน ขุดหัวมันหัวกลอย
เลี้ยงลูกน้อยน้อยแสนเวทนา แสนเวทนา อดข้าวอดปลาให้อุตส่าห์
ทำบุญสัตตะมะนุสสาเวสุง ข้าวปลาเต็มยุ้ง ไม่มีกระบุงจะใส่
ยกมือขึ้นไหว้ ฝนเทลงมา ฝนเทลงมา
(8) ขอน้ำพระอินทร์ ขอน้ำพระพรหม
ฉันขอน้ำต้มที่คนห่มแพรเขียว
ขอข้าวเหนียวไปหุงข้าวมันถ้าไม่ทำยังงั้นฝนท่านก็ไม่ตกหนาวเอ่ยงกงก
ฝนเทลงมา ฝนเทลงมา ตักเทลงมา ตักเทลงมา
(9) นางแมวเหมียวเอ่ย เขาให้ขอไข่ ขอไม่ได้เขาให้ขอฝน
ขอน้ำมนต์รดหัวแมวบ้าง ขอเบี้ยค่าจ้างที่ฉันหาบแมวมา
ปรารถนาอยากให้ฝนตกหนาวเอ่ย งกงก ฝนเทลงมา ฝนเทลงมา
(10) พระอินทร์ถือขัน พระจันทร์ถือครุ เทวดาถือขันบุ
ตักเทลงมา ตักเทลงมา ข้าวสุก ข้าวสารถวายทานหมดสิ้น
เหลือแต่ข้าวเหนียว งามเขียวออกฟ้อแต่ละกอเท่าหม้อเท่าไห
ไม่ว่านาใครงามหมดทุกแถว แมวเหมียวเอ่ยทั้งแมวก็หนาวทั้งคนก็หนาว
ขอทานเหล้า ขอทานข้าวสาร เพื่อรับประทาน พอเลี้ยงชีวิต
อย่าคิดกินแหนง ฝนก็แล้งทั่วทุกสาชน ผู้คนขัดสนเกลื่อนกล่นไปมา
ชวนกันเข้าป่าหาที่ทำกินน้ำตาไหลริน นั่งกอดหัวเข่า
อุ้มลูกมาดูตักน้ำมาไว้ที่หัวบันไดรดให้นางแมว
พอรดน้ำแล้วนางแมวให้พรอยู่ดีกินดีเถิด
แม่ศรีจำปานางแมวขอลาท่านไปก่อน
.จบ
(ท่อนนี้แช่ง) แม่ม่ายเอ่ยอย่าเพิ่งขายลูกปีหน้าข้าวถูกลูกไม้จะแพง
อะไรแดงแดง ลูกกระแมงคอคอดใครไม่ให้กอดขอให้มอดม่อนเรือน
ใครไม่ให้นอนเพื่อนขอให้เรือนทะลาย ยกมือขึ้นไหว้ ฝนเทลงมา ฝนเทลงมา
พระอินทร์ถือขัน พระจันทร์ถือครุ เทวดาถือขันบุ ตักเทลงมา ตักเทลงมา
ใครไม่ให้เหล้าขอให้ข้าวตายฝอย ใครให้น้อยขอให้กลอยตายนึ่ง
ผัวขี้หึงขอให้ผึ้งจ่อตา ใครไม่ให้ยาขอให้ยามันสูญ
ใครไม่ให้ปูนขอให้ปูนมันหนี ฝนตกวันยังค่ำขอให้น้ำนามี
ขอขอบคุณ นายสยาม วงศ์ยัง
ที่ให้ข้อมูลเพื่อเป็นการอนุรักษ์ไม่ให้ประเพณีการแห่นางแมวสูญหายไป
นายเฉลียว ราชบุรี ศึกษาธิการอำเภอแกลง
จึงได้จัดการแสดงประเพณีดังกล่าวขึ้น ณ บริเวณวัดกระแสร์บน อำเภอแกลง
จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2544
เพลงสงฟาง
เป็นเพลงที่ใช้ร้องในระหว่างนวดข้าวตอนสงฟาง
พบในจังหวัดอ่างทอง ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท ระยอง
คำว่า สง แปลว่า ยกหรือหย่งของให้ร่วงลงเวลานวดข้าว
เมื่อวัว ควายเดินย่ำไปพักหนึ่งแล้วเขาก็ปลดวัวออกพัก
แล้วเอาไม้คันฉายมาสงฟางเพื่อกลับฟาง พลิกล่างขึ้นพลิกบนลงล่าง
จะได้ย่ำโดยทั่วถึงระหว่างสงฟางต่างก็ร้องเพลงเล่นไปด้วย
เพื่อผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อย
อุปกรณ์การเล่น ไม้คันฉาย ถือกันคนละอัน การเล่น
เพลงสงฟาง เป็นเพลงสั้นมาก มีเพียง 3 วรรค
ค่อนข้างจะเป็นแบบสำเร็จรูป ใครจะร้องนำขึ้นก็ได้
เมื่อร้องแล้วคนอื่นๆ
ก็จะช่วยเป็นลูกคู่รับซ้ำขณะที่ร้องเพลงทุกคนถือไม้คันฉายสงฟางไปมา
ตัวอย่าง เพลงสงฟางสำนวนของ นางสงวน ศรีสุวรรณ
อ.วิเศษชัยชาญ อ.อ่างทอง
1. สงเอยพ่อสง ชะชา นั่งรอบขอบวงมาช่วยกันสงฟางเอ่ย
(ลูกคู่รับ
เอิงเอยฟาง เอย นั่งรอบขอบวงมาช่วยกันสงฟางเอย)
2. สงเถิดเอยพ่อสง ชะชา คนไหนคิ้วโก่ง
มาช่วยกันสงฟางเอย (ลูกคู่รับ) เอิงเอย ฟางเอย คนไหนคิ้วโก่ง
มาช่วยกันสงฟางเอย
ตัวอย่าง เพลงสงฟางสำนวนของนายพิน แม่นหมาย
ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง
อ่อนละเหวยอ่อนดงจะเข้าในดงดงเอยมะหวดลูกคู่ก็รับเมื่อลูกคู่รับจบเจ้าของเพลงก็ต่อ
เจ้านกอีแซวติดแร้วเขาโก่งเมื่อตอนจะเข้าในดง ดงเอยมะหวด
ลูกคู่รับต่ออีก
เจ้าของเพลงจะต่อโอ่หงษ์เอย
ปักษานี้หนอปักษินบินไปเที่ยวหากินที่น้ำงวด งวด
ตื่นเจ้าก็เยี่ยมนี้เอยสาง่ายปากเจ้าก็ไซร้ซวดไม่ได้มากก็ขอแต่น้อย
นั้นขอแต่ลอยละซวดรักต้อยหงษ์เอย เอย ชา พ่อชา
โอเจ้าพญาหงษ์เอยรักต้อยหงษ์เอย โอระชาพ่อชา ลูกรับ
อ่อนอีกละเหวยอ่อนลงจะเข้าในดงกระดังงา
ลูกคู่รับนกเขาเปล้าดอนมาส่งเข้าในดงดง กระดังงา ลูกคู่รับ
โอ่หงษ์เอย จะกล่าวเล่าถึงเรื่องการทำนา
ให้ชาวประชาได้รู้
พอถึงฤดูเดือนหกฝนฟ้าก็ตกเหนือแผ่นแท่นท้องพระธรณีอยู่อุดตลุดดูชาวมนุษย์ที่เป็นชาวไร่และชาวนา
ก็ชวนกันเข้าป่าตัดไม้สองง่าม เอามาทำหัวหมู ตัดเอาไม้ดู้ ดู้
เอามาทำหางยามและคันไถ รักต้อยหงษ์เอยชาพ่อชา
ลูกคู่รับเจ้าพญาหงษ์เอยรักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา
อ่อนอีกละเหวยอ่อนลงร่อนเข้าในดง ดง กระดองให ลูกคู่รับ
เจ้านกสาริกาบินถลามาลงเข้าในดง ดง กระดองให ลูกคู่รับ
โอ่หงษ์เอย พอได้หางยามและคันไถทำให้งอนตกท้องควาย
อีกทั้งกะพายและเชือกชักอีกทั้งกะตักและไม้หวายอีกทั้งพั่วราด
ทั้งไม้กวาดกะดองใหเชือกน้อยพานใหญ่สำหรับเอาไว้ใช้ในการท้องนา
พอเตรียมของเสร็จสับก็รีบไปจับ เจ้าทองคำ อีจำปา เข้ามาเทียบแอก
แรกไว้ให้จงดี แล้วก็ตีตำนะดังแมร แช่ขี้เทือก
เลือกพันธุ์เข้าปลูกให้เที่ยงแท้ แล้วเอาไปแช่น้ำ ได้คืนหนึ่ง
จึงสงใส่สวงเอาน้ำรด กำหนดให้แน่ ได้สามคืนข้าวก็แตกกะจาย
จึงกะไผ่ใส่กะบุงบายแบกไปโปรยปรายในตระกล้าที่ชาวนาเตรียมไว้
รักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา ลูกรับ เจ้าพญาหงษ์เอย รักต้อยหงษ์เอย
ชาพ่อชา เจ้าพญาหงษ์เอยรักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา
อ่อนละเหวยเลยไปกลับไกลมาลงแล้วเข้าในดง ดงเอยจำปา
ลูกคู่รับ
เจ้านกกิ้งโครงมันบินเข้าโพรง โพรงเอยจำปา ลูกคู่รับ
โอ่หงษ์เอย พอได้เดือนหนึ่งเห็นต้นใหญ่
ยาวเป็นต้นกล้าฟ้าถนัดสบัดโคลนโยนฟัดมัด
เป็นกำดำเป็นกอแลดูออลองยิ่งยงทรงต้นไสวดี พอถึงเดือนสิบสอง
ข้าวก็เริ่มตั้งท้องและรายร่วง ชาวนาทั้งปวงก็ขมีขมัน
ชวนกันทำขวัญพระแม่โพสบ ตามคำรบแต่โบราณมา
ทั้งปู่ทั้งย่าท่านตาท่านยายท่านสอนสั่งเอาไว้
ให้เอาไม้ไผ่มาขัดกะเหลา เถิดพ่องามขำ ไปตัดเอาไม้ระกำมาประกอบ
ตามระบอบสืบกันสิ่งของที่ต้องจัดหา คือกล้วย อ้อย เผือก มัน
ของที่สำคัญคือ ส้มสุกลูกไม้ทั้งถั่วและงา รักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา
ลูกรักเจ้าพญาหงษ์เอยชาพ่อชาเจ้าพญาหงษ์เอย ชาพ่อชา
อ่อนละเหวยเลยไปแล้วไถลมาลงเข้าในดง ดงเอยมะไฟ
ลูกคู่รับ
นกสาริกาบินถลา ถลาลงเข้าในดง ดงเอยมะไฟ ลูกคู่รับ
โอ่หงษ์เอย พอถึงเดือนอ้ายเดือนยี่ จึงออกไปนอกบุรี
ซื้อเคียวมาเกี่ยวข้าวเหนียวเสียก่อนพันธุ์ละข้าวอ่อนเลือกไว้ต่างหากเมื่อยามยากจะได้กินสุกพร้อมงอมสิ้น
จึงจะแรกบอกแขกมาเกี่ยวข้าวเล่นกันอยู่ฟากๆ บ้างเกี่ยวบ้างเล่น
บ้างก็เต้นโฉงเฉง บ้างก็ร้องเพลงกะบอก ถือเคียวกลับกลอกหัวเราะร่า
พวกหนุ่มๆสาวๆ
เป็นหมู่พวกเจ้าชู้ร้องเพลงสั่งอยู่ข้างหลังเถิดนะน้องอย่างร้องไห้
เผ่นขึ้นหลังควายพี่ชายต้องขอลาพรุ่งนี้จะมาอีกใหม่ รักต้อยหงษ์เอย
ชาพ่อชา ลูกคู่รับ เจ้าพญาหงษ์เอย รักต้อยหงษ์เอย ละโอ ชาพ่อชา
อ่อนละเหวย อ่อนลง จะเข้าในดงดงเอยลำดวน ลูกรับ
นกกะสาบินมาหาคู่เห็นมันจับอยู่ที่ต้นลำดวน ลูกคู่รับ
โอ่หงษ์เอย
จะพรรณละนาถึงพันธุ์ข้าวนาต้องเตรียมเอาไว้คือข้าวใจ
เป็นข้าวพันธุ์เบา
เก็บเกี่ยวได้ตอนมันเบาความเดือดร้อนเมื่อข้าวขาดยุ้ง
ลำกับสองก็มุ่งถึงข้าวมาแขกชื่อออกจะแปลก
ชาวนาก็นิยมเก็บไว้ทำพันธุ์ต่อจากนั้นก็เป็นนางเหลืองละรวยข้าว
ข้าวกล้วยไข่ปลา ข้าวฟ่างหางม้า ข้าวปลาหมอตอด นางปอนางเปลี่ยว
ข้าวเหนียวตับหมู คู่กับข้าวเหนียวขาว
ข้าวเหนียวเม็ดสั้นเรียกว่าข้าวเหนียวลาว
ข้าวเหนียวเม็ดยาวเรียกว่าช่อลำดวน รักต้อย หงษ์เอย ชาพ่อชา
ลูกคู่รับ เจ้าพญาหงษ์เอยรักต้อยหงษ์เอย ละโอ ชาพ่อชา
อ่อนละเหวยเลยไป กับไถลมาจะเข้าในดงดงเอยกระดังงา
ลูกคู่รับ
นกขุนทอง
มันร้องเจื้อยแจ้วว่าเจ้าของลานมาแล้วกำลังจะเข้าดงดงเอยกระดังงา
โอ่หงษ์เอยฉันมาวันนี้หวังว่าจะผูกไมตรีกันเอาไว้เผื่อวันข้างหน้าจะได้พึ่งพากันเอาไว้
จะได้เป็นที่พึ่งในยามป่วยไข้จะได้เรียกใช้กันบ้างจะได้หรือไม่
หวังว่าเธอคงรับได้ รักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา ลูกคู่รับ เจ้าพญาหงษ์เอย
รักต้อยหงษ์เอย ละโอชาพ่อชา เจ้าพญาหงษ์เอย
โอ่หงษ์เอย
วันนี้ฉันมาไม่ได้มือเปล่าขอบอกเล่าเอาไว้เมื่อก่อนจะมาฉันเที่ยวสรรหาเม็ดฟักแฟงแตงกวาเอาแต่ของดี
ดี เพื่อน้องนี้เก็บไว้ทำพันธุ์ในวันข้างหน้ารักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา
ลูกคู่รับ เจ้าพญาหงษ์เอย รักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา เจ้าพญาหงษ์เอย
หญิง อ่อนละเหวยอ่อนลงจะเข้าในดงดงเอยลำใย
ลูกคู่รับ
นกสาริกาบินถลามาลงเข้าในดง ดงเอยลำใย ลูกคู่รับ
โอ่หงษ์เอยพอได้ยินคำว่าพี่มา วันนี้ยังเอาของดี
ดีมาฝากบอกว่าเป็นของหายากน้องก็แสน จะดีใจ
น้องจะขอสัญญาหนอกับพี่เอาไว้แต่ขอให้พี่จงเข้าตามตรอกออกตามประตูก็คงไม่มีสัตรูอะไร
พ่อแม่ของน้องท่านเป็นคนใจดีไว้เถิดพี่ท่านคงไม่มีอะไรรักต้อยหงษ์เอย
ชาพ่อชา ลูกคู่รับ เจ้าพญาหงษ์เอย รักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา
เจ้าพญาหงษ์เอย
หญิง
อ่อนอีกละเหวยร่อนขึ้นถลาลมจะเข้าในดงดงเอยมะไฟ ลูกคู่รับ
นกอีแซวติดคอโก่งก่อนจะเข้าในดงดงเอยมะไฟ ลูกคู่รับ
โอ่หงษ์เอยพอได้ยินคำว่าพี่มาวันนี้ยังเอาของดี
ดีมาฝากบอกว่าเป็นของหายากน้องก็แสน จะดีใจ
น้องจะขอสัญญาหนอกับพี่เอาไว้แต่ขอให้พี่จงเข้าตามตรอกออกตามประตูก็คงไม่มีสัตรูอะไร
พ่อแม่ของน้องท่านเป็นคนใจดีไว้เถิดท่านคงไม่มีอะไรรักต้อยหงษ์เอย
ชาพ่อชา ลูกคู่รับ เจ้าพญาหงษ์เอย รักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา
เจ้าพญาหงษ์เอย
อ่อนละเหวยร่อนขึ้นถลาลงจะเข้าในดงดงเอยจำปีให
ลูกคู่รับ
นกสาริกาบินถลาถาลงเข้าในดงดงกระดองจำปี ลูกคู่รับ
โอ่หงษ์เอยพอได้ยินคำของเจ้าของลานเข้าปราศรัยบอกว่าของกำนันที่ฉันเอามาจะเก็บไว้คอยท่าพี่นี้
ก็แสนจะดีใจเรื่องคำหมั้นสัญญาที่น้องขอร้องในวันนี้พี่นี้จะจำเอาไว้กะว่าอีกไม่ช้าพี่คง
จะมาอีกท
ีพร้อมผู้ใหญ่ที่ชาวบ้านไว้ใจ น้องจงเตรียมตัวเอาไว้ให้ดีรักต้อย
หงษ์เอย ชาพ่อชา ลูกคู่รับ เจ้าพญา
หงษ์เอย รักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา เจ้าพญาหงษ์เอย
อ่อนละเหวยอ่อนลงร่อนเข้าในดงดงเอยมะไฟ ลูกคู่รับ
เจ้านกเขาเป้าบินเข้าลงตอนจุเข้าในดงดงเอยมะไฟ
ลูกคู่รับ
โอ่หงษ์เอย ก่อนที่จะลาไปในวันนี้พี่จะขอฝากของนั้นมา
คงไม่มากน้องจงจำเอาไว้สิ่งนั้นก็คือเรือนสามน้ำสี่นั้นเป็นของสตรีน้องจำเอาไว้
เรือนที่หนึ่งก็คือเรือนผมต้องให้คนดมเขานิยมเจ้าเอาใจ
เรือนที่สองก็คือเรือนครัวเจ้าจงดูให้ทั่วอย่าให้ขาดอะไร
เรือนที่สามก็คือเรือนนอกเวลาพักผ่อนต้องสะอาดเข้าไว้ รักต้อยหงษ์เอย
ชาพ่อชา ลูกคู่รับ เจ้าพญาหงษ์เอย รักต้อยหงษ์เอย ละโอ ชาพ่อชา
เจ้าพญาหงษ์เอย
อ่อนละเหวยอ่อนลงจะเข้าในดงดงเอยมะไฟ ลูกคู่รับ
นกสาริกาบินถลามาลงเข้าในดงดงเอยมะไฟ ลูกคู่รับ
หญิง
โอ่หงษ์เอยพอได้ยินคำที่พี่พร่ำฝากมันเป็นของไม่ยากจะจดจำเอาไว้เรือนทั้งสามยามเมื่อแขกมาเยือนจะไม่แปดเปื้อน
น้องจะจำใส่ใจแค่น้ำสี่อย่างที่พี่
อ้างถึงน้องก็ตลึงไม่รู้ว่าอะไรขอให้เล่าแถลงให้แจ้งแก่ใจรักต้อยหงษ์เอย
ชาพ่อชา ลูกคู่รับ
เจ้าพญาหงษ์เอย รักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา เจ้าพญาหงษ์เอย
อ่อนอีกละเหวยเลยไปกลับไถลมาลงจะเข้าในดง ดงเอยลำใย
ลูกคู่รับ
เจ้านกกลิ้งโครงมันเข้าโพรงที่ดงเอยลำใย ลูกคู่รับ
โอ่หงษ์เอย เรื่องน้ำสีนั้นเป็นของสำคัญสำหรับแม่บ้าน
ต้องเตรียมหาเอาไว้
น้ำหนึ่งคือน้ำล้างเท้าก่อนก้าวขึ้นบันไดจงจำเอาไว้เถิดน้องยา
น้ำที่สองคือน้ำเต้าปูน ขอให้แม่คุณต้องดูแลก่อนแขกจะมานั่นยังไง
น้ำที่สามคือน้ำใจเจ้าจงจำเอาไว้อย่าให้ใครเขานินทา
น้ำที่สี่คือน้ำล้างหน้าเมื่อ
เวลาตื่นนอนโอ่เจ้างามงอนต้องเป็นจนจัดหาเอาไว้รักต้อยหงษ์เอย
ชาพ่อชา ลูกคู่รับ เจ้าพญาหงษ์เอย รักต้อยหงษ์เอย ละโอ ชาพ่อชา
เจ้าพญาหงษ์เอย
หญิง อ่อนละเหวยอ่อนลงจะเข้าในดงดงกระดองให
ลูกคู่รับ
นกกาเหว่าเร่าร้องก้องป่า พนาลีแล้วก็มาที่ดง ดงกระดองให
ลูกคู่รับ
โอ่หงษ์เอยพอรู้น้ำสี่ที่เป็นของสตรีที่ต้องรับมอบตามระบอบที่แขกมาเยือนเมื่อได้เตือน
น้องคงต้องใส่ใจให้เลิศล้ำเพราะเป็นวัฒนธรรมของคนไทย อีกอย่างนะ
ที่เกิดเป็นสตรีนี้แสนจะยาก ขอให้พี่นี้ฝากอะไรก็ได้ว่าเรื่องของสตรี
ปฏิบัติผัวที่ดีจะต้องทำอย่างไร รักต้อย หงษ์เอย ชาพ่อชา ลูกคู่รับ
เจ้าพญาหงษ์เอย รักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา เจ้าพญาหงษ์เอย
รักต้อยหงษ์เอย อะโอ ชาพ่อชา
อ่อนละเหวยลอยไปแล้วไถลมาลงเข้าในดง ดงเอยมะไฟ ลูกคู่รับ
นกเอี้ยงนกสาริกามันบินมาลงตอนจะเข้าในดง ดงเอยมะไฟ
ลูกคู่รับ
โอ่หงษ์เอย
จะกล่าวถึงปักษานิหนอปักษินเที่ยวหากินอยู่ตามท้องนา
โน่นนะนกกะมันถลาลงที่ในตากกล้า
ตีนมันก็เหยียบย่ำข่าวกล้าของชาวนาเสียหาย
เจ้านกเป็ดน้ำฝูงใหญ่มันเที่ยวชอนไซกินข้าวในนาไม่เหมือนนกเอี้ยงนกสาบินมาเกาะหลังควายเพื่อไล่พวา
พอเห็นเหยี่ยวเชี่ยวมามันก็บินหนี
เจ้านกกาเหว่าเร่าร้องอยู่ก้องพนาลีมันเตือนน้องพี่ให้ตื่นนอนตอนเช้าเจ้านกขุนทองก็ส่ง
เสียงแจ่ว ว่าพ่อจ๋า
แม่จ๋าได้เวลาออกไปทำนากันอีกแล้วเจ้านกอีแซวบินออกจากพุ่ม
พอเป็นนกอีลุ้ม หงอนมันหดก็ได้กำหนดเก็บ
เกี่ยวข้าวในนานกกระจิบกระจาบนกพิราบนกเขาไฟนกกะลิงฝูงใหญ่มันชอบคาบข้าวไปกินไถล
รักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา ลูกคู่รับ เจ้าพญาหงษ์เอย รักต้อยหงษ์เอย
ชาพ่อชา เจ้าพญาหงษ์เอย รักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา"
อ่อนละเหวยอ่อนลงจะเข้าในดง ดงอะไรดี ลูกคู่รับ
เสียงนกกะวะบินพละพลุมโพล่งในเข้าในดง ดงอะไรดี ลูกคู่รับ
โอ่หงษ์เอยแต่พอสงฟางหนอกันเสร็จสรรพ
เจ้าของลานก็ขยับจัดหาอาหารมีเหล้ายาปลาปิ้งให้ครบทุกสิ่งที่มีเพื่อเลี้ยงดูกันให้อิ่มหนำสมกับทำฟางกันเต็มที่
เมื่อกินสำเร็จเสร็จการก็ลาเจ้าของลานของให้อยู่ดีกันเถิดหนาในวันพรุ่งนี้ทั้งเธอและฉันต้องเจอกันอีกทีสำหรับวันนี้ขอ
ให้โชคดีเถิดเอย รักต้อยหงษ์เอย ชาพ่อชา เจ้าพญาหงษ์เอย
รักต้อยหงษ์เอย ละโอ ชาพ่อชา เจ้าพญาหงษ์เอย
ประเพณีการสวดหน้าศพ
ในสมัยโบราณ
เมื่อมีการตายเกิดขึ้นญาติที่น้องจะใช้ผ้าขาวตราสังศพให้แน่นแล้วใส่โลงหมอผีประจำหมู่บ้านจะใช้น้ำมะพร้าวล้างหน้าศพ
แล้วกล่าวให้ผู้ตายไปสู่สุคติ
อย่างห่วงกังวลลูกหลานจากนั้นนำศพไปไว้บนเชิงตะกอนที่วัดให้สูงจากพื้นดินเพื่อใส่ฟืนด้านล่าง
แล้วยกโลงวางบนเชิงตะกอนการเผาจะเผาตอนกลางวันประมาณหลังเที่ยง
เพื่อให้ศพไหม้ก่อนค่ำจะได้ไม่ถูกสัตว์ร้ายรบกวน
ประเพณีงานศพในท้องถิ่น
เมื่อมีการตายที่บ้านจะทำพิธีกรรมในบ้าน
แต่ถ้าตายนอกบ้านมีความเชื่อว่าห้ามนำศพเข้ามาไว้ในชายคาบ้านโดยเด็ดขาด
การกจัดพิธีกรรมในงานศพจะมีการสวดหน้าศพเป็นประเพณี การสวด หมายถึง
การร้อง หรืออ่านเป็นทำนองเนื่องด้วยศาสนากิจ เช่น การสวดพระอภิธรรม
สวดพระปาฎิโมกข์ สวดพระปริตร และสวดคฤหัสถ์ เป็นต้น
การสวดหน้าศพ หรือการสวดคฤหัสถ์ ของนักสวดที่เป็นฆราวาส
จะเริ่มหลังจากพระสวดอภิธรรมจบแล้ว
เจ้าภาพจะจัดนักสวดชายหญิงมาร่วมร้องเพลงสวดพระมาลัยเพราะเป็นเพลงสวดสั่งสอนให้คลายความโศก
ซึ่งการรำและมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การสวดหน้าศพเป็นการอยู่เป็นเพื่อนบรรดาญาติและผู้ที่มาเยี่ยมศพ
ขจัดความว้าเหว่ของเจ้าภาพด้วย
การสวดหน้าศพ หรือคฤหัสถ์ตามประเพณีท้องถิ่นนั้น
มีบทสวดที่เรียกว่า พื้น อยู่ 4 อย่างนักสวดจะสวดทั้ง 4 พื้น คือ
1. พื้นพระอภิธรรม คือ บทสวดที่มีบทขึ้นต้นว่า กุสลา
ธรรมา อกุสลา ธรรมา ตามพระอภิธรรมที่พระพุทธเจ้าเทศนา
2. พื้นโพชญงค์มอญหรือหับเผย ขึ้นต้นสวดว่า หับเผย
3. พื้นพระมาลัย นำเนื้อความมาจาก กาพย์มาลัยสูตร
ที่เรียกว่าพระมาลัย ซึ่งเขียนเป็นคัมภีร์ลงในสมุดเล่มโต
บรรจุอยู่ในหีบพระธรรม ในพระสูตรนั้น ได้เล่าเรื่อง
พระมาลัยเถระชาวลังการับดอกบัว 8 ดอก
จากทุคคตะคนยากแล้วนำไปบูชาพระจุฬามณี พระเมาฬี ของพระพุทธองค์ที่
พระอินทร์รับไปบรรจุพระเจดีย์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ การสวดพื้นมาลัย
นักสวดจะทำเสียงให้น่ากลัวเพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่ต้องการให้ผู้ฟังกลัว
เพื่อจะได้ไม่ทำบาป
ฟื้นมหาชัย ขึ้นต้นสวดว่า ฯ โมเม พุทธังเตระสัส..
นักสวดจะประกอบด้วยหัวหน้า 1 คน และลูกคู่ร้องร่วมประมาณ
3 คน เรียกว่า สำหรับ นั่งล้อมวงรอบตู้พระธรรมกลางวง มีเครื่องบูชา
ได้แก่ กระทงขัน 5 คือ กระทง 5 กระทง ที่ใส่
ข้าวตอก ดอกไม้ไม่จำกัดสี ธูป 5 มัด ๆ ละ 3 ดอก และเทียน 5 เล่ม
ซึ่งจะจุดติดต่อกันตลอดเวลา ที่สวด
เครื่องบูชาเหล่านี้จะวางในโตกทองเหลือง
ส่วนเครื่องยกครูจะวางอยู่ในจานต่างหาก เครื่องยกครูได้แก่ หมาก พลู
ยากินกับหมาก เทียน และดอกไม้ 5 กำ
ร้องรำและร้องรับกันไปตามความสามารถ โดยมีเครื่องดนตรีทำจังหวะ คือ
กรับและฉิ่ง
การสวดหน้าศพ หรือคฤหัสถ์เนื้อร้องจะสวดพระมาลัยในส่วนแรก
ส่วนหลังจะเป็นเนื้อเรื่องทั่ว ๆ ไป ตัดตอนมาจากวรรณคดี เช่น อิเหนา
ราชาธิราช ไกรทอง เมฆขลา พระภัยมณี เป็นต้น ไม่ซ้ำเรื่องเดิม
ดังตัวอย่างที่จะกล่าวดังต่อไปนี้
การสวดหน้าศพ
เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นจังหวัดระยองอย่างหนึ่งของงานศพ
ปัจจุบันผู้สืบทอดการสวดหน้าศพเหลือ
น้อยหรืออาจไม่พบในบางท้องถิ่น
ประเพณีการสวดหน้าศพในปัจจุบัน
มีการแทรกเพลงอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญลงในบทสวดทำให้การสวดมีแนวโน้มเป็นเพลงสวดหรือเพลงประกอบที่ว่า
ด้วยการตายมากกว่าที่จะเป็นบทสวด แต่ก็ยังเรียกว่า การสวดหน้าศพ
หรือสวดคฤหัสถ์ตามความหมายเดิม |