| |
การรักษากระดูกหัก |
|
| |
|
|
| |
ข้อมูลส่วนตัว |
|
| |
| |
ชื่อ |
นายทองหล่อ มงคลทิพย์ |
| |
อายุ |
๖๑ ปี |
| |
การศึกษา |
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ |
| |
สถานภาพ |
สมรส |
| |
ที่อยู่ที่ติดต่อได้ |
๑๔๕/๑ หมู่ที่ ๑ ตำบลน้ำเป็น กิ่งอำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง |
| |
|
|
|
|
| |
|
|
| |
| ภูมิปัญญา |
ความเชี่ยวชาญด้านการรักษากระดูกหัก |
| |
ประโยชน์ต่อตน |
สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว ( ตามศรัทธาของผู้รักษา ) |
| |
ประโยชน์ต่อชุมชน |
เป็นหมอกระดูกประจำหมู่บ้าน รักษาแก่ผู้ป่วยในหมู่บ้าน |
|
|
| |
|
|
| |
กิจกรรมการคิดค้น / พัฒนา / เรียนรู้ |
|
| |
ประวัติ |
|
| |
คุณลุงทองหล่อ มงคลทิพย์ ( หมอหล่อ ) ได้รับการถ่ายทอดการรักษากระดูกหักจากพระอาจารย์ศร ( จังหวัดกาฬสินธุ์ ) สมัยเมื่อบวชเป็นพระที่วัดคลองปูน อำเภอแกลง เมื่ออายุ ๒๑ ปี โดยศึกษาจากคัมภีร์ ยันต์ ๑๐๘ ชำระโดยพระราชครูวามเทพมุนี เป็นหมอรักษากระดูกหักประจำหมู่บ้าน ประสบความสำเร็จพอสมควร เนื่องจากผู้ที่มารักษาได้รักษาหาย และได้บอกเล่าต่อกันปากต่อปาก ทำให้มีชื่อเสียง ในเขตกิ่งอำเภอเขาชะเมา และอำเภอใกล้เคียง |
|
| |
|
|
| |
อุปกรณ์ ( สำหรับพิธีไหว้ครู ) |
|
| |
เงิน ( เหรียญสลึง ๒ เหรียญ ) |
|
| |
เทียนขาว ๑๐ เล่ม |
|
| |
ดอกไม้ขาว ๑๐ ดอก |
|
| |
ผ้าขาว ๑ ผืน |
|
| |
สบงพระ ๑ ผืน
|
|
| |
|
|
| |
อุปกรณ์ ( การรักษา ) |
|
| |
คาถาประกอบพิธี |
|
| |
น้ำมันงา ( มะพร้าว ) |
|
| |
กระบอกไม้ไผ่ผ่าครึ่ง ๖ ซีก ( สำหรับดามกระดูก ) |
|
| |
ผ้าก๊อต |
|
| |
|
|
| |
วิธีการรักษา |
|
| |
ถ้ากระดูกหัก ( เข้าเผือกไม้ไผ่ ) ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้ หากเป็นมาใหม่ ๆ กระดูกหักใช้เวลารักษาประมาณ ๒๐ กว่าวัน มานวดทามาเป่าทุกวัน ยกเว้นวันพระ สามารถทายาเองได้ที่บ้าน สำหรับคนที่เป็นมานานแล้ว ต้องลองรักษาดู เพราะตามหลักการรักษาแล้ว หากกระดูกหักควรมารักษาทันทีเพราะยังชาอยู่ ลุงสามารถจับ หรือจับเข้าที่ได้ทันที และจะทำให้หายเร็วขึ้น |
|
| |
|
|
| |
ค่าบริการ |
|
| |
ไม่ได้คิดค่าบริการ ไม่ได้เรียกร้องค่ารักษา คนไข้อาจให้อาจให้เอง โดยมากแล้วถ้าหายเป็นปกติแล้ว ต้องมีการยกขวัญข้าว ส่งครู เช่น เงิน ( เหรียญสลึง ๒ เหรียญ ) เทียนขาว ๑๐ เล่ม ดอกไม้สีขาว ๑๐ ดอก ผ้าขาว ๑ ผืน และสบงพระ ๑ ผืน |
|
| |
|
|
| |
แนวคิดที่จะพัฒนาในอนาคต |
|
| |
แนวคิดที่จะถ่ายทอดความรู้ให้แก่ลูกหลาน ก็ต้องเข้าพิธียกครูให้คาถาบุคคลนั้น ให้เขาได้รับการสืบทอด และต้องเป็นผู้ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมอันดี เพราะถ้าปฎิบัติไม่ดีก็จะเข้าตนเอง หรือคนในครอบครัวจะได้รับอันตราย ดังนั้นหากได้รับการถ่ายทอดวิชาแล้ว ต้องรักษาและทำให้ดีที่สุด |
|
| |
|
|
| |
|
|