การศึกษา |
|
เมื่อเยาว์วัยได้รับการศึกษาเบื้องต้นที่วัดพลงช้างเผือก พออายุได้ ๑๓ ปี ไปเรียนต่อที่วัดโพธิ์ทองพุทธาราม ถึง พ . ศ . ๒๔๔๖ จึงสำเร็จการศึกษาชั้นมูลฐาน ตามหลักสูตรของมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ( ม . ร . ว . ชื่น สุจิต . โต ) สมัยที่ยังทรงสมณศักดิ์เป็นพระสุคุณคณาภรณ์และเป็นเจ้าคณะมณฑลจันทบุรี อำนวยการตั้งขึ้น
ต่อมาได้ศึกษาต่อตามหลักสูตรกระทรวงธรรมการจนจบหลักสูตรประโยคประถมศึกษา หลังจากจบการศึกษาแล้ว อายุ ๑๖ ปี เริ่มรับราชการเป็นเสมียนฝึกผัดอยู่ที่ศาลยุติธรรมเมืองแกลง พออายุครบ ๑๘ ปี ก็ได้รับบรรจุเป็นเสมียนอยู่ที่ศาลยุติธรรมเมืองแกลง ทำงานอยู่ ๔ ปี จึงลาออกจากราชการเพื่ออุปสมบท |
| |
|
|
| อุปสมบท |
|
| อุปสมบทเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม พ . ศ . ๒๔๕๑ ณ พัทธสีมาวัดพลงช้างเผือก ตำบลวังหว้า ( ปัจจุบันขึ้นกับตำบลทางเกวียน ) อำเภอแกลง จังหวัดระยอง |
| |
|
|
การศึกษาระหว่างอุปสมบท |
|
| เล่าท่องสวดมนต์จบเจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน มนต์ผูกต่าง ๆ ถึงภาณยักษ์และปาติโมกข์ กับทั้งได้ศึกษาพระธรรมวินัยจนแตกฉานสามารถอบรมสั่งสอนศิษย์ให้มีความรู้ความสามารถเป็นอย่างดี |
| |
|
|
ตำแหน่งหน้าที่ในระหว่างอุปสมบท |
|
| |
๑ . เป็นเจ้าอาวาสวัดพลงช้างเผือก และเป็นพระกรรมวาจาจารย์ เมื่อ พ . ศ . ๒๔๕๗ |
| |
๒ . เป็นรองเจ้าคณะแขวงแกลง เมื่อ พ . ศ . ๒๔๕๘ |
| |
๓ . เป็นเจ้าคณะหมวดวังหว้า เมื่อ พ . ศ . ๒๔๕๙ |
| |
๔ . เป็นครูใหญ่โรงเรียนแกลง ตั้งแต่ พ . ศ . ๒๔๖๐ ถึง พ . ศ . ๒๔๘๔ |
| |
๕ . เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พ . ศ . ๒๔๗๕ |
| |
๖ . เป็นผู้รั้งตำแหน่งเจ้าคณะแขวงแกลง เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน พ . ศ . ๒๔๗๖ |
| |
๗ . เป็นเจ้าคณะแขวงแกลง เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ . ศ . ๒๔๗๖ |
| |
๘ . เป็นกรรมการศึกษา เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม พ . ศ . ๒๔๗๘ |
| |
๙ . เป็นผู้อุปการะโรงเรียนประจำอำเภอแกลง เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ . ศ . ๒๔๘๕ |
| |
๑๐ . เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดระยอง เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ฑ . ศ . ๒๔๘๗ |
| |
๑๑ . เป็นเจ้าคณะจังหวัดระยอง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ . ศ . ๒๔๘๗ |
| |
|
สมณศักดิ์ |
| |
๑ . เป็นพระใบฎีกา ฐานานุกรมของพระครูสังฆการบูรพทิศ ( ปั้น ) เจ้าคณะแขวงแกลง เมื่อ พ . ศ . ๒๔๕๘ |
| |
๒ . เป็นพระปลัด เลื่อนจากฐานานุกรมเดิม เมื่อ พ . ศ . ๒๔๗๐ |
| |
๓ . เป็นพระครูเจ้าคณะแขวง เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๔๗๖ |
| |
๔ . เป็นพระครูสัญญาบุตรที่พระครูสังฆการบูรพทิศ ตำแหน่งเจ้าคณะแขวงแกลง เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ . ศ . ๒๔๗๘ |
| |
๕ . เป็นพระครูเจ้าคณะจังหวัดชั้นโท เมื่อ พ . ศ . ๒๔๘๗ |
| |
๖ . เลื่อนเป็นพระครูเจ้าคณะจังหวัดชั้นเอก เมื่อ พ . ศ . ๒๔๙๒ |
| |
๗ . เป็นพระราชาคณะสามัญที่พระอริยคุณธราจารย์ บริหารระยองเขตต์สังฆปาโมกข์ ในตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดระยอง เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ . ศ . ๒๔๙๓ |
| |
๘ . เป็นพระราชาคณะชั้นราชอริยคุณาธาร บูรพชลธีสมานคุณวิบุลครกิจสุนทรยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ . ศ . ๒๕๐๔ |
| |
|
ผลงานด้านพระศาสนาและสาธารประโยชน์ |
| |
๑. สร้างอุโบสถวัดพลงช้างเผือกสำเร็จเรียบร้อย เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ . ศ . ๒๔๕๙ |
| |
๒. สร้างหอสามัคคีธรรมวัดพลงช้างเผือก เมื่อ พ . ศ . ๒๔๗๓ |
| |
๓. เป็นผู้อำนวยการสร้างถนนจากวัดพลงช้างเผือก ตัดตรงไปถึงปากน้ำประแสร์ ยาวประมาณ ๘ กิโลเมตร เมื่อ พ . ศ . ๒๔๗๘ |
| |
๔. สร้างกุฎีและบูรณปฏิสังขรณ์กุฎีที่วัดพลงช้างเผือก ซึ่งชำรุดทรุดโทรมให้เป็นถาวรวัตถุต่อไป |
| |
๕. สร้างเมรุ ( ณาปนสถาน ) ที่วัดพลงช้างเผือก เมื่อ พ . ศ . ๒๕๐๕ เป็นเงิน ๗๔ , ๐๐๐ บาท |
| |
๖. สร้างศาลาเพื่อเป็นที่พักผู้เดินทางหลายแห่ง |
| |
๗. เป็นผู้อำนวยการสร้างสะพานเพื่อสาธารณะประโยขน์หลายแห่ง |
| |
๘. บูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถวักป่าประดู่ โดยเปลี่ยนจากกระเบื่องซีเมนต์เป็นกระเบื้องเคลือบ ทาสีเพดานให้สวยงามยิ่งขึ้น และลงรักปิดทองพระประธานประตูหน้าต่างเสยใหม่ |
| |
๙. สร้างเมรุ ( ณาปนสถาน ) ที่วัดป่าประดู่ ๙๐ , ๐๐๐ บาท |
| |
๑๐. บูรณปฏิสังขรณ์วิหารเก่าแก่ของวัดป่าประดู่ซึ่งชำรุดทรุดโทรม ให้มั่งคงแข็งแรงและสวยงามกว่าเดิม |
| |
๑๑. สร้างซุ้มประตูและกำแพงวัดป่าประดู่ เป็นเงินประมาณ ๒๐๐ , ๐๐๐ บาทเศษ |
| |
๑๒. สร้างกุฏิและบูรณปฏิสังขรณ์กุฏิเก่าที่วัดป่าประดู่ ซึ่งชำรุดทรุดโทรมให้คงสภาพดียิ่งขึ้น |
| |
|
ผลงานด้านการศึกษา |
| |
๑. เป็นผู้ริเริ่มตั้งโรงเรียนแกลง วิทยาสถาวร และเป็นครู่ใหญ่มาตั้งแต่ พ . ศ . ๒๔๖๐ ถึงวันที่ ๔ เมษายน พ . ศ . ๒๔๘๕ จึงได้ลาออกเป็นข้าราชการบำนาญ เพราะได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัด และต้องไปประจำอยู่ที่วัดป่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง |
| |
๒. ชักชวนประชาชนให้ช่วยกันบริจาคทรัพย์สินสร้างหอประชุมโรงเรียนแกลง วิทยาสถาวร มีชื่อว่า หอประชุมอริยคุณธราจารย์ |
| |
๓. เป็นผู้ริเริ่มและเป็นผู้อุปการะจัดตั้งโรงเรียนวัดพลงช้างเผือก เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน พ . ศ . ๒๔๗๗ |
| |
๔. สร้างอาคารเรียนโรงเรียนแกลง วิทยาสถาวร และสร้างโรงฝึกงานรวม ๓ หลัง ( ขณะนี้รื้อถอนแล้ว ๒ หลัง เพราะรัฐบาลได้ช่วยเหลือสร้างให้ใหม่ เป็นหัวหน้าและผู้อุปการะสร้างอาคารโรงเรียนวัดพลงช้างเผือก รวม ๑๐ ห้อง |
| |
|
พระราชอริยคุณาธารเป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่ประกอบด้วยคุณธรรมความรู้ความประเสริฐ สมควรยกย่องสรรเสริญและเคารพบูชาอย่างสูงในด้านวัตรปฏิบัติ ท่านได้ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสม่ำเสมอตลอดมา เคยออกปฏิบัติธุดงควัตร ทำกิจสวดมนต์ไหว้พระเป็นประจำทุกวัน ตลอดทั้งลงอุโบสถฆกรรมมิได้ขาด ในด้านการปกครองท่านประกอบด้วยพรหมวิหารธรรม ปราศจากอคติอบรมสั่งสอนภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา รวมทั้งกุลบุตรกุลธิดาที่อยู่ในวัดและในโรงเรียน ให้ประกอบแต่คุณงานความดี มีความสามัคคีซึ่งกันและกัน จนเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไป ท่านเป็นผู้ที่เห็นความสำคัญของการศึกษาเป้นอย่างมาก ให้ความสนับสนุนทุกด้าน เช่น เปิดโรงเรียนปริยัติธรรม แผนกกรรม แผนกบาลี สร้างโรงเรียนประถม สร้างโรงเรียนมัธยม และอุกหนุนเกื้ อกูลศิษย์ในความปกครองให้ได้รับการศึกษาจนสำเร็จชั้นสูงมากรายด้วยกัน
พระราชอริยคุณาธารป่วยเป็นโรคมะเล็งในลำคอ ได้ไปเยียวยารักษาโดยการฉายรังสีที่โรงพยาบาลศิริราชจนทุเลาและปกติดีได้ประมาณ ๑๐ ปี ต่อมาโรคมะเล็งกำเริบขึ้นอีก จึงเข้าไปฉายรังสีอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ทุเลา ประกอบกับฉันภัตตาหารไม่ใครได้จึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย จนขั้นสุดท้ายฉันไม่ได้เลย จึงได้มรณภาพด้วยอาการอันสงบ เมื่อเวลา ๐๓ . ๐๕ น . ของวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ . ศ . ๒๕๐๙ ( ถ้านับตามหลักโหราศาสตร์ยังคงอยู่ในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันเกิดของท่านพอดี ) สิริอายุได้ ๗๘ ปี |
| |