Untitled Document
     
 

การทำสวนยาง

 
 
 
 
  ข้อมูลส่วนตัว  
 
  ชื่อ นายสมชาย ภักดี
  อายุ ๕๒ ปี
  การศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
  สถานภาพ สมรส
  ที่อยู่ที่ติดต่อได้ ๑๗๙ หมู่ที่ ๖ ตำบลน้ำเป็น กิ่งอำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง
  โทรศัพท์ ๐ ๓๘๘๙ ๔๒๒๖
     
 
     
 
ภูมิปัญญา ความเชี่ยวชาญด้านการทำสวนยาง
  ประโยชน์ต่อตน สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว เป็นทุนการศึกษาแก่บุตร
  ประโยชน์ต่อชุมชน เป็นวิทยาพิเศษแก่ผู้สนใจ และกลุ่มเกษตรกรสวนยางหมู่ที่ ๖ ตำบลน้ำเป็น
 
     
 

กิจกรรมการคิดค้น / พัฒนา / เรียนรู้

 
 

ประวัติ

 
 

     เคยมีอาชีพสวนเงาะ สวนทุเรียน เรียนรู้จากบรรพบุรุษสืบต่อกันมา ภายหลังไม่ประสบความสำเร็จ จึงเปลี่ยนมาปลูกยาง และดำเนินการปลูกยางมา ๑๗ ปี จนประสบความสำเร็จในปัจจุบัน พันธุ์ที่ปลูกคือ พันธุ์ ๖๐๐ ให้ผลผลิตดี มีโรคน้อย

 
     
 

ปัจจัยนำเข้า

 
       เดิมลงทุนกู้ยืมจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส.) ปัจจุบันได้ชำระหนี้สถาบันการเงินดังกล่าวหมดแล้ว  
       วัตถุดิบ จัดซื้อกิ่งพันธุ์มาจากจังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี ในราคาที่ติดตาแล้ว ๑๒ บาท  
     
 

อุปกรณ์

 
 

     •  ปุ๋ยกระสอบละ ๕๓๐ บาท

 
 

     •  ต้นมีขนาดเล็กใช้ยาฆ่าแมลงบ้าง เพราะมีตังเพลี้ยหอยคอยกัดกินลำต้นและใบ

 
     
  วิธีดำเนินการ  
 

     ๑. คัดเลือกพันธุ์ ๖๐๐

 
       ๒. เตรียมขุดหลุมขนาดกว้าง ๕๐ เซนติเมตร  
 

     ๓. ใช้ปุ๋ยเรียกราก เคล้ากับดินเข้ากัน แล้วนำพันธุ์ที่เตรียมไว้ลงหลุมลึกประมาณ ๒๕ เซนติเมตร นำดินที่อยู่ปากหลุมเขี่ยลงหลุมจนเต็ม ยางจะนิยมปลูกประมาณเดือน กรกฎาคม และสิงหาคม ๓ เดือนแรกใส่ปุ๋ยสูตร ๑๕- ๑๕ – ๑๕ ขุดดินรอบ ๆ เพื่อให้ดินร่วนซุยรากโปร่ง เกษตรกรอาจปลูกถั่ว ฟักทอง และสับปะรด จากพื้นที่ที่เหลือ การปลูกสับปะรดอาจมีผลกระทบต่อยางพาราเพราะสารที่ใช้กับสับปะรดไปทำให้ยางหน้าตาย น้ำยางน้อย เมื่อต้นยางโตพอประมาณ ใส่ปุ๋ย ๑ ครั้ง ( เว้นระยะ ๖ เดือน ) และอีกครั้งช่วงหลังเพราะฉะนั้น ใน ๑ ปี ใส่ปุ๋ย ๒ ครั้ง จนต้นยางมีอายุ ๗ ปี โรคที่พบบ่อยเมื่อต้นยางโต คือ รากเน่า

 
     
 

ผลผลิต

 
 

     ๑ ไร่ ปลูกต้นกล้ายางได้ ๗๐ ต้น ได้ผลผลิตน้ำยาง ๕ กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ ๔๘ บาท ปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ปลูกอีก ๓๐ ไร่

 
     
 

ปัญหา อุปสรรค

 
 

     •  ฤดูฝน หน้ายางจะเน่า

 
 

     •  ฤดูหนาว น้ำยางจะออกดี แต่หน้ายางจะแห้งเร็วทำให้ได้น้ำยางได้ไม่ดีเท่าที่ควร

 
     
 

แนวคิดที่จะพัฒนาในอนาคต

 
 

     หาพันธุ์ใหม่ ๆ ที่ทำให้ผลผลิตที่ดีกว่าเดิม และหาวิธีป้องหันไม่ให้หน้ายางตาย และทนต่อโรคหน้าเน่า

 
     
 
 
 
 

    

 
     
 
  การทำสวนทุเรียน  
 
 
  ข้อมูลส่วนตัว  
 
  ชื่อ นายถนม ( เก็ง ) ยั่งยืน
  อายุ ๕๖ ปี
  การศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
  สถานภาพ สมรส
  ที่อยู่ที่ติดต่อได้ ๑๙๗ หมู่ที่ ๖ ตำบลน้ำเป็น กิ่งอำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง
  โทรศัพท์ ๐ ๓๘๘๙ ๔๒๒๗
     
 
     
 
ภูมิปัญญา ความเชี่ยวชาญด้านการทำสวนทุเรียนชะนี และหมอนทอง
  ประโยชน์ต่อตน สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว
  ประโยชน์ต่อชุมชน

เป็นผู้ริเริ่มตั้งกลุ่ม “ ปรับปรุงคุณภาพทุเรียน ”

 
     
 

กิจกรรมการคิดค้น / พัฒนา / เรียนรู้

 
 

ประวัติ

 
 

     เดิมมีอาชีพทำไร่มันสำปะหลัง แต่ในภายหลังมันสำปะหลังราคาถูก และดินที่ใช้ปลูกก็เสื่อมลง จึงรวบรวมสมาชิกที่อยู่ในหมู่บ้านมาปรึกษา หารือ ถึงการแก้ไขปัญหาในการปลูกพืชตัวใหม่ จึงตกลงกันว่า ให้ปลูกทุเรียนพันธุ์ชะนี และพันธุ์หมอนทอง ซึ่งในขณะนั้นมีน้ำเพียงพอ

 
     
 

ปัจจัยนำเข้า

 
       เงินลงทุนกู้ยืมจาก สหกรณ์อำเภอแกลง เพราะยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ( น.ส.3 )  
        วัตถุดิบ จัดซื้อพันธุ์มาจากคลองทุเรียน ในราคาต้นละ ๑๒ บาท  
     
 

อุปกรณ์

 
 

     •  ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ

 
 

     •  ยาฆ่าแมลงตามท้องตลาด

 
 

     •  เครื่องสูบน้ำ

 
 

     •  สายยางส่งน้ำ

 
 

     •  ทางมะพร้าวแห้งเพื่อให้ร่มเงา

 
 

     •  ต้นกล้ากิ่งพันธุ์ทุเรียน

 
     
  วิธีดำเนินการ  
 

      ๑. คัดเลือกกิ่งพันธุ์ที่โต และแข็งแรงสมบูรณ์

 
        ๒. ขุดหลุมให้มีความกว้าง ๑ เมตร ลึก ๑ เมตร ใช้หญ้าหรือฟางวางที่ก้นหลุม  
 

      ๓. ทับดินลงไปให้ได้ ๓ ชั้น ทิ้งไว้ประมาณ ๑๕ วัน เพื่อให้หญ้าหรือฟางวางที่ก้นหลุมเน่า

 
        ๔. นำต้นพันธุ์ที่เตรียมไว้ลงไปในหลุมให้ลึกพอประมาณ ใช้ดินปกคลุม  
        ๕. ทำร่มเงาให้กับต้นทุเรียน และทำไม้ปักยึดต้นให้ตรง  
 

      ๖. ทุเรียนที่ลงหลุมใหม่ควรให้น้ำ ๒ วัน : ๑ ครั้ง ฉีดยาฮอร์โมนทางใบ สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง

 
 

      ๗. การให้ปุ๋ย ๖ เดือน : ๑ ครั้ง ๑ กำมือ : ต้น ปุ๋ยใช้สูตร ๑๕-๑๕-๑๕

 
        ๘. หลังจาก ๕ ปี ทุเรียนเริ่มออกดอก ให้น้ำมากกว่าปกติเล็กน้อย ถ้าให้น้ำมากเกิน ทุเรียนจะเป็นแขนง ไม่เป็นดอก ถ้าให้นำพอดี จะดูจากกิ่งต้นทุเรียน เรียกว่า “ แตกตาดอก ” เป็นตีนตุ๊กแกให้น้ำกระทุ้ง ให้มากกว่าเดิม ดอกจะได้พุ่งเป็นกระพวง เมื่อดอกโตใกล้บาน ให้น้ำลดลงเล็กน้อยเพื่อในการตัดผลได้ดี ถ้าให้น้ำมากดอกทุเรียนที่บานจะหลุดล่วง  
     
 

วิธีการดูดอกที่จะให้ตัด

 
 

     ดูที่หางแย้ไหม้ แล้วเติมน้ำเพื่อตัด ต้องให้น้ำให้ฮอร์โมนพอเหมาะ ต้นใดมีผล มากเกินก็เกี่ยวผลที่ไม่สวยทิ้งเอาไว้แต่พอควร

 
     
  ระยะเวลาที่ต้องใส่ปุ๋ย  
 

     เพื่อให้ลูกโตเร็ว ใส่ปุ๋ยสูตร ๑๓-๑๓-๒๑ ในการควบคุมโรคราดำ ป้องกันโดยโรยปูนขาวที่โคนต้นทุเรียน เพื่อไม่ให้มดขึ้น

 
     
 

ผลผลิต

 
 

     ๑ ต้น เก็บผลผลิตได้ประมาณ ๗๐ ผล ผลละประมาณ ๓ กิโลกรัม ราคาผลผลิตไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับผลผลิตที่ออกนอกฤดู หรือในฤดู

 
     
 

ปัญหา อุปสรรค

 
 

     •  ยาฆ่าแมลง ปุ๋ย มีราคาแพง จึงต้องทำปุ๋ยชีวภาพใช้เอง

 
 

     •  น้ำขาดแคลน ในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน ต้องเสียเงินซื้อน้ำ หรือขุดบ่อบาดาลโดยใช้ ทุนส่วนตัว จัดซื้อเครื่องสูบน้ำ เชื้อเพลิง

 
     
 

แนวคิดที่จะพัฒนาในอนาคต

 
 

     •  หาต้นพันธุ์ที่มีความต้านทางต่อโรคได้ดี

 
 

     •  รัฐบาลประกันราคาส่งออก

 
 

     •  ให้นักวิชาการเกษตร หรือผู้เชี่ยวชาญมาดูแลในช่วงการระบาดของโรค ในแปลงเรียนรู้ การปลูกทุเรียน

 
     
 
 
 
     
     
     
     
 
  การปลูกผักหวาน  
 
 
  ข้อมูลส่วนตัว  
 
  ชื่อ นายสมบูรณ์ ตั๊นเล่งกิม
  อายุ ๕๓ ปี
  การศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
  สถานภาพ สมรส
  ที่อยู่ที่ติดต่อได้ ๗๕ /๑ หมู่ที่ ๔ ตำบลห้วยทับมอญ กิ่งอำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง
  โทรศัพท์ ๐๖-๑๐๙๙๖๗๕
     
 
     
 
ภูมิปัญญา ความเชี่ยวชาญด้านการปลูกผักหวาน การทำสวนไผ่
  ประโยชน์ต่อตน สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว
  ประโยชน์ต่อชุมชน เป็นวิทยาการในกลุ่มเกษตรเขาชะเมา และผู้สนใจ
 
     
 

กิจกรรมการคิดค้น / พัฒนา / เรียนรู้

 
 

ประวัติ

 
 

      เดิมมีอาชีพทำไร่อ้อย เนื้อที่กว่า ๑๐๐ ไร่ ช่วงหลังต้องเลิกปลูกเพราะถูกโรงงานเอาเปรียบ จึงหันหน้ามาปลูกผักสวนครัวแทน เช่น พริก ถั่ว แตงกวา ผักบุ้ง นำรายได้สู่ครอบครัวได้พอสมควร และเริ่มทำสวนทุเรียน แต่ต้องเลิกไปอีก เพราะไม่มีน้ำพอ ในช่วงหลังได้ประชุมบุคคลที่มีอาชีพเดียวกัน มาตั้งเกษตรกลุ่มเขาชะเมาขึ้นเพื่อปรึกษาหารือ สรรหาวิทยาการใหม่ ๆ พันธุ์ใหม่ของพืชมาปลูก ได้ตกลงกันว่าจะนำพันธุ์ผักหวานมาปลูก ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากเกษตรอำเภอเป็นอย่างดี และได้ขยายเครือข่ายกลุ่มผู้ปลูกหวานแก่เกษตรกรผู้สนใจอีกด้วย

 
     
 

ปัจจัยนำเข้า

 
        เงินลงทุนกู้ยืมจากสถาบันการเงินจำนวนหนึ่ง และมีทุนทรัพย์ของตนเองอีกจำนวนหนึ่ง  
        วัตถุดิบ จัดซื้อกิ่งพันทางกลุ่มเกษตรเขาชะเมา พยายามนำกิ่งพันธุ์มาจากที่อื่น และได้ขยายพันธุ์ให้สมาชิกและผู้ที่สนใจปลูกผักหวาน  
     
 

อุปกรณ์

 
 

     •  ต้นกล้าผักหวาน

 
 

     •  ถุงพลาสติก

 
 

     •  ดินผสมกับแกลบเผา

 
 

     •  ปุ๋ยคอก

 
     
  วิธีดำเนินการ  
 

      ๑. นำต้นกล้ามาใส่ถุงที่เตรียมไว้

 
        ๒. ดูแลจนต้นกล้าแข็งแรง  
 

      ๓. นำยอดพันธุ์ใหม่มาเสียบ

 
 

      ๔. ประมาณ ๑๕ – ๒๐ วัน แกะถุงพลาสติกที่คลุมออก

 
 

      ๕. เมื่อต้นพันธุ์ใหม่แข็งแรงดีแล้วนำไปปลูกในแปลง

 
 

      ๖. ระยะห่างของต้น ที่แปลงปลูกห่างประมาณ ๒๐ – ๓๐ เซนติเมตร

 
     
 

วิธีการดูแล การให้น้ำ ใส่ปุ๋ยและยา

 
       •  ต้นกล้าที่ปลูกลงดินใหม่ให้น้ำเช้า – เย็น จนถึงประมาณ ๑๕ วัน  
       •  ๗ วันใส่ปุ๋ยยูเรีย ทำให้พืชโตเร็ว  
       •  ปลูกได้ ๑๕ – ๒๐ วัน ใส่ปุ๋ยสูตร ๑๕ – ๑๕ – ๑๕ เพื่อเร่งยอดให้สมบูรณ์  
       •  ยาใส่สารสังกะสีเพื่อไม่ให้ยอดแดง  
       •  เก็บผลผลิต ( ยอด ) สัปดาห์ละ ๒ ครั้ง  
     
 

ผลผลิต

 
 

      ผลผลิตของพันธุ์เก่าที่ปลูกกิโลกรัมละ ๖๐ บาท

 
        ผลผลิตของพันธุ์ใหม่ ( เขาชะเมา ) ขายได้กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท  
        ถ้าปลูกผักหวานประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ต้น จะได้ผลผลิตประมาณ ๑ ตัน : สัปดาห์ และทางห้าง Lotus จะสั่งซื้อสัปดาห์ละ ๑ ตัน ซึ่งทางกลุ่มไม่สามารถผลิตได้ทัน  
     
 

ปัญหา อุปสรรค

 
 

      โรคที่พบในผักหวาน คือ โรคยอดแดง น้ำที่ใช้ในการเกษตรมีน้อย

 
     
 

แนวทางการแก้ไขปัญหา

 
 

     •  เพิ่มเนื้อที่ในการปลูกผักหวานให้มากขึ้นกว่าเดิม

 
 

     •  พยายามศึกษาขยายพันธุ์ใหม่ ๆ ขึ้นเพื่อเพิ่มผลผลิต

 
 
 
 
     
 
 

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง   

ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ถนนสุขุมวิท  ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง   จังหวัดระยอง ๒๑๑๕๐

โทร.  ๐๓๘-๖๙๔๑๕๔    โทรสาร .  ๐๓๘-๖๙๔๑๕๔ 

Visitors:281322
Pageviews:302317