Untitled Document
 

โบราณสถานจังหวัดระยอง

 
     
 
 
  ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน
     อยู่ในบริเวณวัดลุ่มมหาชัยชุมพล ถนนตากสิน มีต้นสะตือขนาดใหญ่อยู่หน้าศาล อายุประมาณ ๓๐๐ ปี เล่ากันว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงนำช้างมาผูกไว้ที่ใต้ต้นสะตือนี้เมื่อเสด็จผ่านระยองไปเพื่อรวบรวมไพร่พล และตั้งทัพเพื่อเตรียมกู้อิสรภาพที่จันทบุรี ภายในศาลมีพระบรมรูปรูปปั้นของพระเจ้าตากสินในท่าประทับยืนประดิษฐานอยู่ การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางจากเส้นถนนสุขุมวิท สาย 3 เริ่มจากตัวเมืองไปจนถึงหอนาฬิกาประมาณ ๒๐๐เมตร จะถึงสามแยกตากสิน ให้เลี้ยวขวาที่สามแยกตากสิน เข้าสู่ถนนตากสินมหาราช
 
 
     
     
     
 
 
  วัดป่าประดู่
     อยู่ในเขตเทศบาลเมือง ถนนสุขุมวิท เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่ปี พ . ศ . ๒๕๓๓ ภายในวิหารมีพระนอนขนาดใหญ่ ยาว ๑๑.๙๕ เมตร สูง ๓.๖๐เมตร เป็นพระพุทธไสยาสน์ซึ่งประทับอยู่ในท่านอนตะแคงซ้าย เดิมอยู่กลางแจ้ง ต่อมาสร้างวิหารครอบเมื่อปี ๒๕๒๔ ศาลแห่งนี้เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมือง และมีงานสมโภชประจำปีในช่วงตรุษจีน การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ ๒ เส้นทาง เส้นทางแรก จากถนนสุขุมวิท สาย ๓ ผ่านตัวเมือง จังหวัดระยองจุดสังเกตคือ ผ่านโรงพยาบาลระยอง โรงเรียนวัดป่าประดู่ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยถนนป่าประดู่จะถึงวัดป่าประดู่ เส้นทางที่ ๒ จากถนนสาย ๓๖ ( บายพาส ) ถึงสี่แยกเกาะลอย ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนจันทอุดม ผ่านตัวเมืองจังหวัดระยอง พอถึงสามแยกโรงพยาบาลให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุขุมวิท สาย ๓ ผ่านโรงพยาบาลระยอง โรงเรียนวัดป่าประดู่ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยถนนป่าประดู่จะเห็นวัดป่าประดู่
 
 
     
     
     
 
 
 

ศาลหลักเมือง
     ตั้งอยู่ที่ถนนหลักเมือง เดิมเป็นศาลไม้ ต่อมาได้รับ การปฏิสังขรณ์เป็นอาคารก่ออิฐ ลักษณะอาคารเป็น ศาลเจ้าจีน ตัวหลักเมืองเดิมอยู่หน้าศาล ต่อมามีการสร้างเสาหลักเมืองใหม่ และสร้างมณฑปจตุรมุข ครอบเมื่อปี พ . ศ . ๒๕๓๕ มีงานสมโภชในช่วง เทศกาลสงกรานต์

 
 
     
     
     
 
 
  พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดบ้านดอน
     ตั้งอยู่ที่วัดบ้านดอน เป็นที่เก็บรักษาตัวหนังใหญ่ จำนวน ๑๐๐ ตัว มีอายุมากกว่า ๒๐๐ ปี ที่นำมาจาก จังหวัดพัทลุง เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๓๑ เพื่อใช้แสดงในงานฉลองเมืองระยอง โดยมีนาย อำนาจ มณีแสง กวีเมืองระยองเป็นผู้สืบทอดการแสดง และได้ ถ่ายทอดความรู้แก่เยาวชนที่มีความสนใจให้ฝึกฝน การเล่นหนังใหญ่อีกด้วย
 
 
     
     
     
 
 
  พระเจดีย์กลางน้ำ
     ห่างจากตัวเมืองไปทางใต้ ๒ กิโลเมตร ใกล้ ปากแม่น้ำระยององค์พระเจดีย์ตั้งอยู่บนเกาะ กลางแม่น้ำระยอง ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้าง เจดีย์กลางน้ำนี้ใช้เป็นสัญลักษณ์ของชาวเรือ ว่าได้เดินทางมาถึงเมืองระยองแล้ว พอถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปีจะมีงานประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์ แข่งเรือยาว และงานลอยกระทง
 
 
     
     
     
 
 
  สวนศรีเมือง
      ชาวเมืองนิยม เรียกว่า “ เกาะกลาง ” ตั้งอยู่กลางเมืองด้านหลัง ด้านหลังศาลากลางจังหวัด มีเนื้อที่ ประมาณ ๗๐ ไร่ เคยเป็นแดนสำหรับ ประหารนักโทษ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ สวนสาธารณะ และสวนสุขภาพสำหรับ ประชาชน ด้านหน้าเป็นที่ตั้งของหอ พระพุทธอังคีรสซึ่งเป็นอาคารทรงไทย หลังคา จตุร มุข อันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธอังคีรส ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของระยอง
 
 
     
     
     
 
 
  อนุสาวรีย์สุนทรภู่
     อยู่เลยแหลมแม่พิมพ์ตามทาง ไป อำเภอแกลงประมาณ ๕ กิโลเมตร บนเส้นทาง แกลง - แหลมแม่พิมพ์ เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างเพื่อเป็นที่ระลึกถึงสุนทรภู่ กวีเอกในสมัยรัตน - โกสินทร์ตอนต้น อนุสาวรีย์นี้เปิดเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๑๓ บริเวณอนุสาวรีย์มีรูปปั้นของตัวละครเอกในเรื่องพระอภัยมณีจัดแสดงไว้ด้วย
 
 
     
     
     
 
 
  วัดสารนารถธรรมาราม
     ตรงกิโลเมตรที่ ๒๖๕ ถนน สุขุมวิท ปา กทางเข้าอำเภอแกลง แยกซ้ายเข้าไปประมาณ ๑ กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ . ศ . ๒๔๘๘ องค์พระประธาน จำลอง มาจากพระพุทธชินราช วัดมหาธาตุ พิษณุโลก บริเวณมุมโบสถ์ทั้ง ๔ ได้จำลองเอาพระพุทธเจดีย์ที่สำคัญ ของแต่ละภาคไว้ คือ พระปฐมเจดีย์ พระธาตุพนม พระเจดีย์พุทธคยาจำลอง และพระบรมธาตุไชยา
 
 
     
     
     
 
 
  วัดบ้านเก่า (ทองธาราม)
     ตามทางหลวง หมายเลข ๓๑๓๘ สายระยอง-บ้านค>่าย ห่างจากระยอง ประมาณ ๕ กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไปทางทิศตะวันออกเป็น ทางเข้าหมู่บ้าน ชื่อ “ บ้านเก่า ” ผ่านหมู่บ้านบ้านเก่าจนสุด ทางก่อนข้ามพะพานข้ามแม่น้ำระยอง ทางขวามือเป็น ที่ตั้งวัดบ้านเก่า สภาพภูมิประเทศ เป็นที่ราบลุ่ม วัดตั้งอยู่ ริมแม่น้ำระยองทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ตัวหมู่บ้าน รวมถึงวัดเป็นที่สูงหรือที่ดอนท่ามกลางทุ่งนา ภายในวัดมีต้นไม้ร่มรื่น และวัดยังมีบริเวณกว้างขวาง
     ประวัติความเป็นมา วัดบ้านเก่าเป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดระยองดังตำนานปรากฏในประวัติการเดินทัพของพระยาวชินปราการ และในนิราศเมืองแกลงของสุนทรภู่ เล่าสืบต่อกันมาว่า สร้างในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีและขอมยังเรืองอำนาจอยู่สมัยนั้นมีวัดที่เก่าแก่ คือวัดละหารใหญ่และวัดกระซัง เป็นวัดร้าง) วัดบ้านเก่าต่อมาได้ถูกขอมรุกราน ผู้คนพากันอพยพหนีไปอยู่จังหวัดนครราชศรีมาวัดจึงถูกทอดทิ้งไม่มีคนดูแล วักจึงร้าง จนมีสัตว์ป่ามาอยู่อาศัยในอุโบสถ เมื่อขอมเสื่อมอำนาจได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งบูรณะวัดบ้านเก่า ซึ่งเวลานั้นเรียกกันว่า “ วัดน้ำวงเวียนตะเคียนเจ็ดต้น ” สิ่งที่ยังปรากฏอยู่คือ อุโอสถเก่า เจดีย์เก่าและหอไตรกลางน้ำ
 
 
     
     
     
 
 
  อุโบสถเก่าวัดโขด (ทิมธาราม)
     ไม่ปรากฏว่าสร้างเมื่อใด สันนิษฐานว่ามาอนุมาพร้อมกับวัด ซึ่งในสมัยนั้นคงไม่นิยมทำซุ้มประตูและหน้าต่าง อุโบสถหลังนี้จึงไม่มีซุ้มประตูหน้าต่างกระเบื้องหลังคาเป้นกระเบื้องว่าว เข้าใจว่าคงจะเปลี่ยนแทนกระเบื้องดินเผาแบบเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม และไม่สามารถหาแบบเดิมมาทดแทนได้
      หลังคาอุโบสถมุขลด ๒ ชั้น ช่อฟ้าใบระกำชำรุดไปบ้าง ทำด้วยไม้กัดเกราทนทามมาก โดยเฉพาะช่อฟ้าที่ทำด้วยไม้กันเกรานั้นแกะสลักอย่างสวยงามปัจจุบันมีสภาพหักชำรุด เครื่องบนเป็นไม้ เสมาโดยรอบเป็นหินทรายแดงพังทลายกองทับทมกันอยู่ พื้นอุโบสถเป็นศิลาแลง และพบวัตถุโบราณหลายชนิด เช่น เงินพดด้วง แหวงเงิน แหวนทอง กระปุกขนาดเล็ก ลูกปัด เป็นต้น
 
 
     
 
     
  เจดีย์เก่า
      สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๑๒๗ เป็นเจดีย์ฐานสิงห์สี่เหลี่ยม ก่อด้วยอิฐแดง ยอดเจดีย์พังลงมาทับถม แต่ยังพอมองเห็นเค้าโครงร่างได้ เป็นเจดีย์ทรงระฆัง ซึ่งนิยมสร้างใน สมัยอยุธยา มีบัวมาลัยเป็นแบบกรมเกลี้ยง เมื่อยอดเจดีย์พังลงมาได้พบพระพุทธรูปทองคำ และโบราณวัตถุหลายอย่าง ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่วัด นับเป็นเจดีย์เก่าแก่ของระยององค์หนึ่ง
 
     
 
     
 
     
  หอไตรกลางน้ำ
     เป็นหอไทยโบราณแบบทรงไทย ปัจจุบัน ไม่มีฝากั้น หลังคาทรงไทยใต้ถุนสูง หอไตรทั้งหลังประกอบด้วยไม่ทั้งหมด มีซานโดยรอบ ตัวห้องเก็บพระไตรปิฎก บัดนี้สระตื้นเขินเหลือเพียงร่องรอยว่าเป็นสระ มีนี้บ้างเฉพาะฤดูฝน กระเบื้องมุงหลังคาเป็นกระเบื้องดินเผา หน้าบันสลักลวดลายบนเนื้อไม้เป็นลายเทพพนม ขอบจั่วไม่มีช่อฟ้า ใบระกำความนิยมมักสร้างหอเพื่อเก็บพระไตรปิฎกไว้กลางน้ำ จุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันปลวกทำลายพระไตรปิฎก ปัจจุบันนี้ชำรุดทรุดโทรมมาก ไม่ได้ให้เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกแล้ว
 
     
 
     
 
     
  เจดีย์วัดเก๋ง
     วัดเก๋งหรือวัดจันทอุดมในอดีตเคยเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งของจังหวัดระยอง ปัจจุบันร้างไปแล้ว คงเหลือแต่ชื่อและเจดีย์เก่าแก่อีก ๑ องค์เท่านั้น ที่ดินเดิมของวัดเก๋งอยู่ในความครอบครองของวัดป่าประดู่ ปัจจุบันอนุญาตให้กระทรวงสาธารณสุขใช้เป็นที่สร้างโรงพยาบาลระยอง ฉะนั้น เจดีย์องค์นี้จึงอยู่ภายในโรงพยาบาลระยอง ทางโรงพยาบาลเป็นผู้ดูแลรักษาอาณาเขตเหลือเพียงเท่าฐานขององค์เจดีย์มีรั้วกันโดยรอบ เจดีย์นี้สร้างในสมัยพระยาศรีสุนทรโภคชัยโชคชิตสงคราม ซึ่งเป็นเจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดระยอง และกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้วเมื่อปี พ . ศ . ๒๕๓๘ องค์เจดีย์มีลักษณะทรงระฆัง ฐานเชิงบาตรและบัวมาลัยได้สัดส่วน ก้านฉัตรประกอบด้วยเสาลูกมะหวด โดยส่วนต่าง ๆ ของเจดีย์ครบแบบ
 
     
 
     
     
 
 
  พระป่าเลไลยก์
     พระป่าเลไลยก์ก็เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่คู่มากับวัดป่าประดู่ เช่นเดียวกับพระพุทธไสยาสน์ เป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่งห้อยพระบาทแบบพุทธศิลป์สมัยทวารวดีที่พบอยู่ทั่วไป พระพุทธรูปองค์นี้มีความสูงจากพระบาทจรดพระเกตุมาลาได้ ๖.๐๒ เมตร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองได้มีการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ . ศ . ๒๕๑๑ ลักษณะของพระพุทธรูปน่าจะเป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนต้น ( อู่ทองยุคที่ ๒ )
     พระป่าเลไลยก์องค์นี้ประดิษฐานเป็นพระประธานอยู่ในพระอุโบสถเดิม เป็นที่มาของนามวัดแต่แรกว่า “ วัดป่าเลไลยก์ “
     เนื่องจากพระอุโบสถเก่าชำรุดทรุดโทรมมากและคับแคบมาก จึงได้สร้างพระอุโบสถขึ้นมาใหม่ เมื่อปี พ . ศ . ๒๔๔๙ ในสมัยราชการที่ ๕ พระอุโบสถเดิมที่ประดิษฐานพระป่าเลไลยก์นี้ มีวิหารทิศขนาดเล็กรายรอบทั้ง ๔ ทิศด้วย ( ปัจจุบันมีปรากฏอยู่ ๓ ทิศ ขาดทิศตะวันออกซึ่งเป็นทางเข้าด้านหน้าวิหาร ) ทิศทั้ง ๔ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัย
 
 
     
     
     
 
 
  พระพุทธไสยาสน์
     พระพุทธไสยาสน์ หรือที่เรียกกันอย่างทั่วไปว่า “ พระนอนวัดป่าประดู่ “ ประดิษฐานอยู่ที่วัดป่าประดู่ ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ มีความยาว ๑๑.๙๕ เมตร ลงรักปิดทอง ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่วัด เมื่อพิจารณาดูพุทธลักษณะแล้ว เฉพาะในส่วนพระพักตร์ลังฆาฎิน่าจะเป็นพระพุทธรูปที่สร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น ( อู่ทองยุคที่ ๓ )
     พระพุทธไสยาสน์วัดป่าประดู่นี้ ไสยาสน์ในลักษณะตะแคงซ้ายเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองระยองมาแต่โบราณ ดังนั้นพระพุทธไสยาสน์องค์นี้เป็นที่เลื่องลือมาช้านานในด้านความศักดิ์สิทธิ์เป็นอันมาก
 
 
     
     
     
     
 
 

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง   

ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ถนนสุขุมวิท  ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง   จังหวัดระยอง ๒๑๑๕๐

โทร.  ๐๓๘-๖๙๔๑๕๔    โทรสาร .  ๐๓๘-๖๙๔๑๕๔ 

Visitors:281319
Pageviews:302314